ความหมายของ คำว่า ชิปปิ้ง(Shipping) ตัวแทนออกของ” เป็นคำที่คนทั่วไปไม่ค่อยรู้จัก แต่ถ้าหากเอ่ยถึง “ชิปปิ้ง” ย่อมเป็นที่รู้จักกันดี นั่นคือ บุคคลที่อาชีพ ในการเป็นผู้ติดต่อกับกรมศุลกากรแทน ผู้ประกอบการนำเข้า หรือ ส่งออก ความจริงคำว่า ชิปปิ้ง (SHIPPING) เป็นคำภาษาอังกฤษ ซึ่งแปลว่า การส่งของทางเรือ หรือการเดินเรือ ไม่ได้มีความหมายว่า ตัวแทนออกของแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เพิ่งจะมีคำเรียกชื่อ ปรากฏให้เห็นเป็นทางการก็ตามประกาศกรมศุลกากร ที่ 33/2529 นี่เอง ที่เรียกผู้ประกอบอาชีพนี้ว่า “ตัวแทนออกของ” ซึ่งก็นับว่า เป็นคำที่กะทัดรัดและตรงกับความ เป็นจริงมากที่สุด        (กรมศุล:ออนไลน์ สืบค้นวันที่ 1 กรกฏคม 2557)

นายประสาธน์ เกียรติไพบูลย์กิจ(2553:151-204)ได้กล่าวไว้ว่า ในปัจจุบันนั้น ประเทศต่างๆ ทั่วโลกส่วนใหญ่จะเก็บภาษีอากรเฉพาะสินค้าขาเข้าเท่าน้ัน ส่วนสินค้าที่ส่งออกจะได้รับการยกเว้นภาษีอากร ถ้าหากสินค้าที่จะส่งออกมีภาษีอากรอยู่ก็จะมีมาตรการส่งเสริมการส่งออกทาง ภาษีอากรกล่าวคือ จะมีการยกเว้น หรือคืนค่าภาษีอากรสําหรับสินค้าที่ส่งออกนั้นซึ่งรวมถึงวัตถุดิบที่จะนำมาผลิตสินค้าที่จะส่งออกด้วยดังนั้น มาตรการส่งเสริมการส่งออกทางภาษีคือการ สนับสนุนจากภาครัฐในการยกเว้น หรือลดหย่อนภาระค่าภาษีซึ่งมีทั้งภาษีทางตรงและภาษี ทางอ้อม ให้แก่ผู้ส่งออก เพื่อให้สินค้าที่จะส่งออกไม่มีภาระค่าภาษีอากร มาตรการส่งเสริมการ ส่งออกทางด้านภาษีได้แก่ 1.การชดเชยค่าภาษีอากร ตามพรบ.ชดเชยค่าภาษีอากรของกรมศุลกากร 2.การคืนอากรตามมาตรา 19 ทวิแห่ง พรบ.ศุลกากร พ.ศ.2482 (Re-Export) ของกรม ศุลกากร 27 3.การคืนอากรตามมาตรา 19 ทวิแห่ง พรบ.ศุลกากร พ.ศ.2482ของกรมศุลกากร 4.การงดเว้นการเก็บอากรสําหรับคลังสินค้าทัณฑ์บนตาม พรบ.ศุลกากร พ.ศ.2482ของ กรมศุลกากร 5. การยกเว้นอากรสําหรับเขตอุตสาหกรรมส่งออก (EPZ) ตามกฎหมายการนิคม อุตสาหกรรม 6. การยกเว้นอากรตามกฎหมายส่งเสริมการลงทุน ของสำนักงานส่งเสริมการลงทุน 7. การยกเว้นอากรตามกฎหมายว่าด้วยเขตปลอดอากร ในที่นี้จะนำเสนอรายละเอียดเฉพาะในส่วนของมาตรการส่งเสริมการส่งออกทางด้านภาษีของกรม ศุลกากรเท่านั้น

เว็บไซต์หอการค้าไทย (2555) เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการให้สามารถผ่านพิธีการศุลกากร และมีความแน่นอนที่จะชำระค่าภาษีอากรได้อย่างถูกต้อง รวมถึงสามารถเลือกใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรภายใต้ความตกลงเขตการค้าเสรีได้อย่างเหมาะสม กรมศุลกากรจึงจัดให้มีบริการให้คำวินิจฉัยล่วงหน้าก่อนที่จะมีการนำเข้าตามคำร้องขอของผู้ประกอบการ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล และสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ขององค์การการค้าโลก ปัจจุบันมีอยู่ 3 ประเภทบริการ ได้แก่ 1) การให้บริการจำแนกประเภทพิกัดอัตราศุลกากรล่วงหน้า สำหรับผู้นำของเข้าที่ต้องการทราบพิกัดศุลกากรและอัตราอากรของสินค้าที่ตนจะนำเข้า 2) การให้บริการวินิจฉัยราคาศุลกากรล่วงหน้าสำหรับผู้นำของเข้าที่ต้องการทราบหลักเกณฑ์การสำแดงราคาศุลกากรของสินค้าก่อนที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อใช้เป็นฐานภาษีในการคำนวณภาษีอากรขาเข้า และ 3) การให้บริการการวินิจฉัยถิ่นกำเนิดสินค้าล่วงหน้าแก่ผู้จะนำของเข้าภายใต้ความตกลงเขตการค้าเสรี เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีศุลกากรได้อย่างถูกต้อง (หอการค้าไทย,2555)

วิธีการวิจัย(RESEARCH METHODOLOGY) : โครงงานเรื่อง: ศึกษาปัญหาและปรับปรุงพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการนำเข้า การดำเนินงานวิจัยครั้งนื้ ได้ใช้ทฤษฎีแผนผังก้างปลา(Fish Bone Diagram) เพื่อแสดงถึงสาเหตุของปัญหา และทำการเลือกสาเหตุหลักที่สำคัญ เพื่อนำมาเสนอแนวทางในการแก้ไข โดย มีการใช้ทฤษฎีการสัมภาษณ์เชิงลึก(In-depth Interview) เป็นการสัมภาษณ์ที่ไม่มีการกำหนดกฎเกณฑ์เกี่ยวกับคำถามและลำดับขั้นตอนของการสัมภาษณ์ไว้ล่วงหน้า เป็นการพูดคุยสนทนาตาม ธรรมชาติ (Naturalistic Inquiry) นอกจากนี้ยังมีการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยข้อมูลทั้งหมดนั้นเป็นข้อมูลเชิงคุณภาพ ทางผู้จัดทำได้ใช้วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้

การวิเคราะห์สาเหตุและผล เป็นการนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ให้เห็นว่า ผลมาจากเหตุ คือ วิเคราะห์ผลที่เกิดขึ้น ย้อนกลับมาให้เห็นว่าเกิดมาจากเหตุปัจจัยใดบ้าง หรือ วิเคราะห์จากเหตุไปหาผล คือ วิเคราะห์ให้เห็นว่าเมื่อเหตุนี้เกิดขึ้น ได้นำไปสู่ผลที่เกิดขึ้นอะไรบ้าง จากนั้นนำข้อมูลที่ได้มาจากการวิเคราะห์และทำการเปรียบเทียบผลก่อนและหลังจากการนำเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหา