บางคนอาจจะเคยพบประสบปัญหากับการทำงานที่ไม่ใช่ และบางครั้งคุณอาจจำเป็นต้องทนอยู่ในตำแหน่งเดิมเพื่อรอการเติบโตขึ้นไปตามขั้นบันไดของบริษัท แต่บางทีอาจจะมีความคิดขึ้นมาว่างานที่ทำอยู่นั้นไม่เหมือนกับที่คิดไว้ แต่อีกใจก็ต้องคิดว่า คุณคือผู้โชคดีที่ฝ่าฟันจนผ่านการคัดเลือกเข้าทำงาน มีอาชีพและได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีสร้างผลงานแต่หากคุณกำลังคิดว่า ไม่มั่นใจว่างานที่ทำอยู่นั้นใช่ หรือไม่ ควรอยู่หรือไป คุณก็ต้องลองทบทวนดู

1. ลองปรับตัวให้เข้ากับงานที่ “ต้อง” ทำ

      ในการทำงานนั้น ในบางอาชีพเราก็ต้องพบปะผู้คนใหม่อยู่เสมอ ฉะนั้นการปรับตัวจึงเป็นสิ่งสำคัญ คุณต้องปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนร่วมงานและงานให้ได้ แม้ว่าคุณจะต้องใช้ชีวิตในสังคมใหม่ๆ ที่ไม่คุ้ยเคย หรือเจอปัญหาที่ต้องแก้ด้วยตนเอง บางที่นั่นอาจจะให้คุณรู้สึกอึดอัดไม่เป็นตัวของตัวของตัวเอง จนทำให้รู้สึกว่า งานแบบนี้ไม่ใช่งานที่คุณต้องการ อีกต่อไปแล้ว หากคุณกำลังเจอปัญหานี้เราแนะนำว่าให้ท่านลองปรับตัวก่อน หากไม่ได้จริงๆ ก็ไปที่วิธีที่ 2 

2. แค่คิดใหม่ว่า “เราทำได้”

      เมื่อคุณเกิดภาวะความไม่คุ้นชิน ทั้งจากสิ่งแวดล้อมใหม่ การเริ่มต้นกับหน้าที่ใหม่ และงานใหม่ที่ดูจะไม่ราบรื่นเหมือนอย่างที่คิด ทำอะไรไปก็ดูจะติดขัด ผิดพลาด จนรู้สึกเบื่อหน่าย และกลายเป็นไม่ชอบ ลองมาเปลี่ยนวิธีคิดและปรับทัศนคติด้วยคำพูดว่าเราทำได้อาจจะช่วยให้งานที่น่าเบื่อกลายเป็นความท้าทายใหม่ ๆ สำหรับทุกวันที่ทำงาน

      คนที่เริ่มต้นกับงานใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเพิ่งเรียนจบหรือเปลี่ยนงานใหม่ ย่อมมีหลายสิ่งที่ต้องเรียนรู้ ความผิดพลาดจากงาน คือประสบการณ์ที่จะค่อย ๆ สอนให้คุณเก่งขึ้น หากจดจำและแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดซ้ำ ๆ ได้อีก อย่าท้อที่จะแก้ปัญหา ให้ท่องไว้ในใจว่า “เราทำได้” จะยิ่งเป็นแรงเสริมทำให้คุณบากบั่นที่จะเรียนรู้และแก้ปัญหาให้งานนั้น ๆ ลุล่วงไปด้วยดี ซึ่งท้ายที่สุด งานที่มีปัญหามากที่สุด อาจจะเป็นงานที่ “ใช่” ขึ้นมาก็ได้ แต่ถ้ายัง “ไม่ใช่” ลองดูวิธีอื่นกันต่อ

3. สร้างกิจกรรมที่ชอบ ให้เป็นงานที่ “ใช่”
      การเลือกทำในสิ่งที่ชอบควบคู่ไปกับการทำงาน เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยลดความเบื่อหน่ายจากการทำงาน เมื่อเราคือหนึ่งในผู้โชคดีที่มีงานทำ แต่ยังรู้สึกไม่แน่ใจว่างานนี้คืองานที่อยากจะทำ หรือทำแล้วมีความสุขใช่หรือไม่ ให้จัดสรรเวลางานและเวลาว่าง เพื่อหากิจกรรมที่ชอบหรือพัฒนาทักษะอื่น ๆ ที่คิดว่าเป็นตัวคุณเอง ควบคู่ไปกับการทำงานประจำ อาจจะเป็นอีกทางเลือก ที่จะช่วยบาลานซ์ชีวิตให้รู้สึกมีความสุขมากยิ่งขึ้น ซึ่งไม่แน่ว่าวันหนึ่งวันใด งานอดิเรกที่คุณรักอาจจะกลายเป็นอาชีพหลักที่คุณใฝ่ฝันในอนาคตก็เป็นไปได้

4. เรียนรู้จากโอกาส ที่ได้จากการทำงานใหม่

      โอกาสในการทำงานถือเป็นกำไรชีวิต ให้นึกไว้เสมอว่า คุณกำลังก้าวไปข้างหน้าเพิ่มขึ้นทีละก้าวจากงานที่คุณอาจจะมองว่าไม่ใช่ การเรียนรู้จากงานใหม่ ๆ ข้อผิดพลาดใหม่ ๆ คำแนะนำ คำติ คำเตือน จากหัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงาน ถือเป็นประสบการณ์จริงที่ทำให้คุณก้าวได้เร็วขึ้น ดังนั้นจึงควรรีบฉวยโอกาส จากสิ่งที่อยู่ตรงหน้า และถ้าคิดว่ามีสิ่งที่ใช่กว่า จงอย่ากลัวที่จะเดินออกมาหาประสบการณ์หรืองานใหม่ ๆ ที่รอให้คุณเลือก

5. เปลี่ยนงานใหม่ ง่ายนิดเดียว
      การเปลี่ยนงาน เป็นวิธีสุดท้ายที่จะแนะนำ เพราะทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง ย่อมมีทั้งสิ่งที่ดีและไม่ดีตามมา อยู่ที่การตัดสินใจและเหตุผลของแต่ละคน ทุกครั้งที่จะเปลี่ยนงานขอให้คิดให้ถ้วนถี่ เพราะการเปลี่ยนงานคือการเปลี่ยนชีวิตและอนาคต จะดีหรือไม่ดี ใช่หรือไม่ใช่ อยู่ที่การตัดสินใจอย่างรอบด้านของแต่ละคน