เคยตื่นขึ้นมาส่องกระจกแล้วพบกับสิวแดง ๆ เม็ดเป้งบนใบหน้าไหม ถึงสิวจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนทั่วไป แต่ความบวมแดงที่มากับมันน่ะไม่ใช่หรอก การพยายามลดความบวมแดงของสิวอาจเป็นการต่อสู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุดได้เช่นเดียวกับการป้องกันไม่ได้สิวเกิดหรือการกำจัดสิวหากคุณไม่รู้วิธีที่ถูกต้อง โชคดีที่มีวิธีการลดอาการบวมแดงที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่าใช้ได้จริงหลายวิธีเลย

1. ทาวิทช์ฮาเซลเพื่อลดอาการบวมแดง ต้นวิทช์ฮาเซล (Witch Hazel) เป็นพืชที่คนมักใช้เป็นยาสมานแผล ทำหน้าที่ปรับสภาพผิวชั่วคราว นอกจากนั้นวิทช์ฮาเซลยังเป็นยารักษาสิวที่ใช้กันทั่วไปเพื่อลดอาการคันและแดงด้วย ถึงแม้ว่าวิทช์ฮาเซลจะไม่สามารถรักษาสิวได้ แต่มันก็จะช่วยลดความระคายเคืองผิวและทำให้เม็ดสิวดูจางลงแน่นอน

  • วิทช์ฮาเซลมักวางจำหน่ายในรูปแบบของยาสมานแผล คุณจะซื้อยาวิทช์ฮาเซลแบบผสมหรือไม่ผสมแอลกอฮอล์ก็ได้ (ปกติยามักจะผสมแอลกอฮอล์ประมาณ 14%) แต่ก็แนะนำให้ซื้อยาแบบที่ไม่ผสมแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์อาจทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองได้

2. ใช้ก้อนน้ำแข็ง วิธีนี้เหมาะสำหรับสิวที่แดงและเจ็บ ให้ใช้ก้อนน้ำแข็งที่ออกจากช่องแข็งแล้ว 1-2 นาที นำมาวางบนเม็ดสิวเพื่อลดอาการบวมเล็กน้อย ความเย็นจะช่วยทำให้เส้นเลือดใต้ผิวหนังหดตัว ส่งผลให้สิวดูจางลงและแดงน้อยลง

3. ใช้ถุงชาชุบน้ำปิดสิว ให้ใส่ถุงชาในน้ำอุ่นซัก 1 นาที ยิ่งถ้าเป็นชาดำจะยิ่งดี (คุณจะดื่มน้ำชาตามทีหลังเพื่อสุขภาพก็ได้) เมื่อครบ 1 นาทีแล้วก็หยิบถุงชาขึ้นมาแล้วบีบน้ำเกือบทั้งหมดให้ออกไป รอให้ถุงชาเย็นลงเล็กน้อยแล้ววางลงบนเม็ดสิว

  • ถุงชามีสารแทนนินในปริมาณที่กำลังดี แทนนินจะช่วยลดอาการบวม และมักใช้กันเพื่อแก้ปัญหาตาบวมด้วย

4. ลองกินยา Serrapeptase เพื่อลดการอักเสบ Serrapeptase เป็นสารเคมีธรรมชาติที่สกัดได้จากตัวไหม และได้รับการจัดประเภทอย่างเป็นทางการว่าเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Serrapeptase ช่วยลดการอักเสบได้โดยการสลายโปรตีนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

5. ทำยาพอกจากยาแอสไพรินเพื่อลดอาการบวมแดง การใช้ยาแอสไพรินเป็นวิธีการแก้อาการบวมแดงที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากตัวยาแอสไพรินมีกรดซาลิซิลิก ซึ่งเป็นสารเคมีที่ช่วยแก้ปวดและแก้อักเสบเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ ยาแอสไพรินจะช่วยลดความบวมพร้อมทำให้สิวแห้ง ถือว่าจ่ายหนึ่งได้ถึงสองเลยทีเดียว

  • บดยาเม็ดแอสไพรินให้เป็นผงละเอียดและผสมกับน้ำทีละหยดสองหยด เติมน้ำให้ยามีลักษณะเหมือนแป้งเปียกหยาบ ๆ
  • ใช้คอตตอนบัดจุ่มยาพอกแล้วนำมาแตะที่สิวให้ปกคลุมสิวทั้งเม็ด
  • ปล่อยให้ยาแห้งทิ้งไว้หลาย ๆ ชั่วโมง บางคนชอบผสมยาและทาก่อนนอนเลย แล้วค่อยล้างยาออกตอนเช้า

6. ใช้น้ำมันสะเดาและน้ำมันทีทรีเพื่อลดอาการบวม น้ำมันหอมระเหยทั้งสองชนิดนี้มาจากต้นไม้ และสามารถลดอาการบวมได้โดยการกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิว น้ำมันสะเดานั้นสามารถรักษาโรคต่าง ๆ ได้มากมาย แต่น้ำมันทีทรีมีชื่อเสียงเป็นพิเศษสำหรับการรักษาการติดเชื้อหรือโรคทางผิวหนัง ด้วยเหตุว่าน้ำมันหอมระเหยทั้งสองชนิดนี้อาจทำให้ผิวระคายเคืองได้หากใช้ในรูปแบบบริสุทธิ์ (ของดีมากไปก็ไม่ดีหรอกนะ) ให้ผสมน้ำมันกับน้ำปริมาณเท่ากันก่อนใช้ จากนั้นใช้คอตตอนบัดจุ่มน้ำมันแล้วนำมาแต้มสิว ทิ้งไว้ 10-20 นาที จากนั้นเช็ดออก

7. พอกหน้าด้วยโคลน มาสก์โคลนจะช่วยดึงความชุ่มชื้นออกจากผิว จึงช่วยลดการอักเสบและดูดหนองออกจากสิวด้วย ผู้ใช้หลายคนมีรูขุมขนที่ดูเล็กลงและตึงขึ้นหลังจากใช้โคลนพอกหน้า ทางที่ดีให้พอกหน้าทั้งหน้าอาทิตย์ละครั้งและแต้มโคลนตามจุดที่เป็นสิวในวันที่ไม่ได้พอกหน้า

8. ใช้มะนาว แตงกวา หรือมะเขือเทศ สามทหารเสือธรรมชาตินี้เคยช่วยลดอาการอักเสบให้คนที่พยายามรักษาสิวที่บ้านมามากมายแล้ว ถึงแม้ว่าผักผลไม้แต่ละชนิดจะออกฤทธิ์กันคนละแบบ แต่ก็เชื่อกันว่าทั้งสามรักษาสิวได้ชะงัดเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่าพืชทั้งสามชนิดนี้สามารถรักษาสิวหรือลดอักเสบได้จริง ฉะนั้นควรพิจารณาให้ดีก่อนใช้

  • ฝานมะนาวเป็นแว่นแล้วนำมาวางบนสิว กรดซิตริกในน้ำมะนาวจะช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียในสิวและยังช่วยรักษาแผลเป็นอีกด้วย แต่จำไว้นะว่าการใช้น้ำมะนาวจะทำให้แสบแน่นอน
  • เป็นที่รู้กันว่าแตงกวาช่วยแก้อักเสบได้ ให้ฝานแตงกวาเป็นแว่นแล้ววางบนสิว แตงกวาจะช่วยทำให้ผิวรู้สึกสบายขณะที่ลดอาการอักเสบไปพร้อม ๆ กัน
  • สภาพความเป็นกรดอ่อน ๆ ของมะเขือเทศก็ช่วยรักษาสิวได้ ที่จริงแล้วยาแก้สิวหลายชนิดเลยมีส่วนผสมของวิตามินเอและวิตามินซี ซึ่งก็พบได้ในมะเขือเทศ ให้ฝานมะเขือเทศเป็นแว่นแล้ววางบนสิว ทิ้งไว้ไม่เกิน 1 ชั่วโมง