มีเงินหนึ่งก้อน เอาไปทำอะไรดี ใช้หนี้ก่อนหรือลงทุนเพิ่มกำไร

By Holly Mitchell

     หากเรานั้นมีเงินหนึ่งก้อน ความคิดที่ว่าเราจะนำเงินตรงนี้ไปใช้หนี้ที่ค้างอยู่ทั้งหมดก่อน หรือจะเอาเงินที่มีอยู่นั้นไปลงทุนเพิ่มกำไรดี คงเป็นสองทางเลือกที่เลือกได้ยากพอสมควร เพราะหากเราเอาเงินไปลงทุนอะไรสักอย่าง ก็อาจจะทำให้เรามีกำไร มีเงินมากขึ้น แต่หากเอาไปใช้หนี้ก่อน เงินก็จะหมด แต่ก็จะมีความสบายใจว่าหนี้ที่เป็นอยู่ได้หมดไป สำหรับการตัดสินใจนั้นย่อมไม่มีถูกผิด หากเราต้องการนำเงินไปลงทุน เราก็ควรมีการวางแผนให้ดี ถามตัวเองก่อนว่าเราจะเอาเงินไปลงทุนกับอะไร แล้วสิ่งที่เราลงทุนเนี่ย จะให้ผลตอบแทนที่ดีมั้ย เรามีความรู้เกี่ยวกับสิ่ง ๆ นั้นมากน้อยแค่ไหน เช่น ถ้าคุณมั่นใจแน่ ๆ ว่าสิ่งที่คุณลงทุน มอบผลตอบแทนให้คุณแน่ ๆ ได้เงินที่สูงกว่าดอกเบี้ยที่คุณได้รับเวลาฝากเงินไว้ในธนาคารเฉย ๆ และเตรียมใจยอมรับความเสี่ยงมาดีแล้ว เพราะมีข้อมูลอยู่ในมือแบบแน่นมาก ๆ เลย ก็อาจจะเลือกเอาเงินไปโปะ หรือปิดชำระหนี้ก่อนเดือนหนึ่ง แล้วเอาเงินส่วนหนึ่งไปลงทุน แม้ว่าดอกเบี้ยของเราจะสูงมาหน่อย แต่เราไม่สามารถชำระหนี้ได้หมดในเดือนเดียว และเงินก้อนเดียวอยู่แล้ว เมื่อเราชำระหนี้ไปแล้ว 20,000 บาท เราควรมีเงินอีกสักหนึ่งแสนบาท สำหรับเงินทุนสำรองเผื่อกรณีฉุกเฉิน แล้วถ้าอยากลงทุนในอะไร ก็ต้องศึกษาให้ชัดเจน เอาส่วนหนึ่งไปลงทุน เพื่อป้องกันเสริมความมั่นคงทางการเงินไว้อีกขั้น บางทีเราก็อาจจะค่อย ๆ ผลัดผ่อนและทยอยจ่ายหนี้ เพื่อให้เรามีสภาพความคล่องทางการเงินมากขึ้น ไม่ต้องรีบใช้หนี้ให้หมดหรอก เราควรแบ่งส่วนไปลงทุน เพื่อสร้างโอกาสให้ตัวเองด้วย…

ไม่มั่นใจว่างานที่ทำอยู่นั้นใช่ หรือไม่ ควรอยู่หรือไป

By Holly Mitchell

      บางคนอาจจะเคยพบประสบปัญหากับการทำงานที่ไม่ใช่ และบางครั้งคุณอาจจำเป็นต้องทนอยู่ในตำแหน่งเดิมเพื่อรอการเติบโตขึ้นไปตามขั้นบันไดของบริษัท แต่บางทีอาจจะมีความคิดขึ้นมาว่างานที่ทำอยู่นั้นไม่เหมือนกับที่คิดไว้ แต่อีกใจก็ต้องคิดว่า คุณคือผู้โชคดีที่ฝ่าฟันจนผ่านการคัดเลือกเข้าทำงาน มีอาชีพและได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีสร้างผลงานแต่หากคุณกำลังคิดว่า ไม่มั่นใจว่างานที่ทำอยู่นั้นใช่ หรือไม่ ควรอยู่หรือไป คุณก็ต้องลองทบทวนดู 1. ลองปรับตัวให้เข้ากับงานที่ “ต้อง” ทำ       ในการทำงานนั้น ในบางอาชีพเราก็ต้องพบปะผู้คนใหม่อยู่เสมอ ฉะนั้นการปรับตัวจึงเป็นสิ่งสำคัญ คุณต้องปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนร่วมงานและงานให้ได้ แม้ว่าคุณจะต้องใช้ชีวิตในสังคมใหม่ๆ ที่ไม่คุ้ยเคย หรือเจอปัญหาที่ต้องแก้ด้วยตนเอง บางที่นั่นอาจจะให้คุณรู้สึกอึดอัดไม่เป็นตัวของตัวของตัวเอง จนทำให้รู้สึกว่า งานแบบนี้ไม่ใช่งานที่คุณต้องการ อีกต่อไปแล้ว หากคุณกำลังเจอปัญหานี้เราแนะนำว่าให้ท่านลองปรับตัวก่อน หากไม่ได้จริงๆ ก็ไปที่วิธีที่ 2  2. แค่คิดใหม่ว่า “เราทำได้”       เมื่อคุณเกิดภาวะความไม่คุ้นชิน ทั้งจากสิ่งแวดล้อมใหม่ การเริ่มต้นกับหน้าที่ใหม่ และงานใหม่ที่ดูจะไม่ราบรื่นเหมือนอย่างที่คิด ทำอะไรไปก็ดูจะติดขัด ผิดพลาด จนรู้สึกเบื่อหน่าย และกลายเป็นไม่ชอบ ลองมาเปลี่ยนวิธีคิดและปรับทัศนคติด้วยคำพูดว่าเราทำได้อาจจะช่วยให้งานที่น่าเบื่อกลายเป็นความท้าทายใหม่ ๆ สำหรับทุกวันที่ทำงาน      …

5 กลิ่นหอมจากธรรมชาติ ช่วยบรรเทาความเครียด

By Holly Mitchell

    กลิ่นหอมจากธรรมชาตินั้นจะทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายได้ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นหอมจากดอกไม้ ผลไม้ หรือสมุนไพร กลิ่นจากธรรมชาติเหล่านี้จะช่วยเราบรรเทาความเครียด ช่วยเพิ่มพลังให้เรามีแรง หรืออาจจะทำให้เรานอนหลับสบายได้ ซึ่งวันนี้เราก็มี 5 กลิ่นหอมจากธรรมชาติมาแนะนำท่าน           1. กลิ่นลาเวนเดอร์ (Lavender) กลิ่นลาเวนเดอร์นั้นเป็นกลิ่นหอมจากดอกไม้เมืองหนาว ที่เรียกได้ว่าเป็นกลิ่นยอดนิยมเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นสเปรย์ปรับอากาศ น้ำมันหอมระเหย เทียนหอม ก้านไม้หอม ที่นอกจากจะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดความเครียด และลดความวิตกกังวลได้แล้ว ยังช่วยให้นอนหลับง่ายและนอนหลับสนิทมากขึ้นด้วย         2. กลิ่นโรสแมรี่ (Rosemary) กลิ่นโรสแมรี่ เป็นกลิ่นหอมเย็นๆ จากธรรมชาติ เป็นอีกหนึ่งกลิ่นหอมจากสมุนไพรที่น่าสนใจ ซึ่งไม่ใช่แค่ช่วยลดความเครียดสะสมเท่านั้น แต่ยังช่วยรีเซ็ตพลังให้ร่างกายที่เหนื่อยล้ากลับมาสดชื่น แถมยังช่วยในเรื่องของความจำ พร้อมด้วยสรรพคุณอื่น ๆ เช่น ช่วยไล่ยุงและแมลง         3. กลิ่นเปเปอร์มินต์ (Peppermint) สำหรับคนที่อยากได้กลิ่นหอมช่วยรีเซ็ตพลังให้สมองและร่างกาย…