แหล่งท่องเที่ยวประเทศอังกฤษ เมืองในฝัน

          แหล่งท่องเที่ยวประเทศอังกฤษ  หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก อังกฤษเสนอโอกาสที่ไม่รู้จบสำหรับนักท่องเที่ยวที่มองหากิจกรรมสนุกๆ ให้ทำและสถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำให้เยี่ยมชม ส่วนหนึ่งของเกาะอังกฤษที่สวยงาม ประเทศเล็กๆ แต่ทรงอิทธิพลแห่งนี้เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อันน่าทึ่ง เมืองที่น่าตื่นตาตื่นใจ และประเพณีวัฒนธรรม สถานที่ทางประวัติศาสตร์มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง ตั้งแต่หินขนาดใหญ่ยุคก่อนประวัติศาสตร์และโบราณสถานโรมันโบราณ ไปจนถึงปราสาทอายุหลายศตวรรษและใจกลางเมืองที่มีอายุย้อนไปถึงยุคกลาง

       อังกฤษเป็นประเทศที่เดินทางง่ายมาก ด้วยสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมส่วนใหญ่เชื่อมต่อกันอย่างดีด้วยรถไฟและรถประจำทาง หรือคุณสามารถขับรถไปมาระหว่างจุดสนใจต่างๆ ด้วยมอเตอร์เวย์ที่วางแผนมาอย่างดี ไม่ว่าคุณจะเลือกท่องเที่ยวในประเทศโดยรถยนต์หรือระบบขนส่งสาธารณะ คุณก็จะได้รับประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน เพื่อช่วยให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุดจากแผนการเดินทาง โปรดใช้รายชื่อสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในอังกฤษ

ชาตินี้ต้องได้ไปสักครั้ง ประเทศในฝัน

      Stonehenge สโตนเฮนจ์ ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองประวัติศาสตร์ซอลส์บรีบนที่ราบซอลส์บรีไปทางเหนือ 10 ไมล์ เป็นอนุสาวรีย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของยุโรป เป็นที่นิยมมากที่ผู้เข้าชมต้องซื้อตั๋วหมดเวลาล่วงหน้าเพื่อรับประกันการเข้า นิทรรศการที่ศูนย์ผู้เยี่ยมชมสโตนเฮนจ์ที่ยอดเยี่ยมเป็นเวทีสำหรับการเยี่ยมชม อธิบายผ่านประสบการณ์ภาพและเสียงและวัตถุโบราณ  หลังจากเดินไปรอบๆ จุดชมต่างๆ ที่อยู่ติดกับหินขนาดมหึมาเหล่านี้ เยี่ยมชมแบบจำลองแท้ของบ้านยุคหินใหม่ เพื่อดูเครื่องมือและเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันยุคหินใหม่  

 

      Tower of London เรือนจำ วัง คลังสมบัติ หอดูดาว และสวนสัตว์ หอคอยแห่งลอนดอนได้ทำทุกอย่าง และเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำในลอนดอน ได้รับการพิจารณาอย่างกว้างขวางว่าเป็นอาคารที่สำคัญที่สุดในอังกฤษ มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ให้ดูและทำในมรดกโลกแห่งนี้มากพอสมควรเพื่อให้ผู้มาเยี่ยมชมไม่ว่างเป็นเวลาหลายชั่วโมง

 

3อันดับ แหล่งท่องเที่ยวประเทศอังกฤษ สุดอลังการ

     York Minster and Historic Yorkshire อันงดงามมีความสำคัญเป็นอันดับสองในนิกายเชิร์ชออฟอิงแลนด์ รองจากมหาวิหารที่แคนเทอร์เบอรีเท่านั้น ตั้งอยู่ใจกลางเมืองยอร์กอันเก่าแก่ ล้อมรอบด้วยบ้านและร้านค้ากึ่งไม้ ศาลากลางยุคกลาง และโบสถ์ ในทางกลับกัน ถนนแสนโรแมนติกของยอร์กล้อมรอบด้วยกำแพงเมืองที่สวยงามยาวสามไมล์ ซึ่งคุณสามารถเดินขึ้นไปบนยอดเพื่อชมทัศนียภาพอันงดงามของเมืองและบริเวณโดยรอบได้ ขณะอยู่ที่นี่ ให้เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์รถไฟแห่งชาติ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดของอังกฤษ 

     Lake District National Park ซึ่งเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในอังกฤษ อย่าลืมใช้เวลาสำรวจเมืองและหมู่บ้านเล็กๆ ที่น่ารักซึ่งกระจายอยู่ทั่วภูมิภาค เช่น Grasmere ยังดีกว่ากระโดดขึ้นเรือท่องเที่ยวข้ามทะเลสาบ Windermere และ Ullswater แล้วคุณจะได้รับรางวัลเป็นทิวทัศน์ที่ดีที่สุดในประเทศ

      Canterbury Cathedral มหาวิหารแคนเทอร์เบอรี มรดกโลก ตั้งอยู่ใจกลางเมืองประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเรียก เป็นที่ตั้งของอาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรี และเป็นแหล่งกำเนิดของคริสต์ศาสนาอังกฤษ ทุกอย่างเริ่มต้นเมื่อเซนต์ออกัสตินเปลี่ยนแองโกลแซกซอนนอกรีตที่นี่ในปี 597 เมื่อเขากลายเป็นอธิการคนแรก มีบริการไกด์นำเที่ยวที่ยอดเยี่ยมของมหาวิหาร และสำหรับประสบการณ์ที่น่าจดจำอย่างแท้จริง ลองจองที่พักค้างคืนในบริเวณที่ Canterbury Cathedral Lodge

เมืองท่องเที่ยว สวิตเซอร์แลน์แดนสวรรค์

 

ประเทศเวียดนาม (หนึ่งในประเทศอาเซียน)

ประเทศเวียดนาม ได้เป็นชื่อที่เรียกว่า เป็นสาธารณรัฐที่เป็นสังคมนิยมนั้นเอง และที่ตั้งนั้นยังเป็นที่ตั้งอยู่คาบสุมทรของอิโดจีนอีกด้วยและติดกับลาวละกัมพูชา มีอาณาเขตติดกับจีน ทิศตะวันออกติดอ่าวตังเกีย มีประชาชนมากกว่า 90 ล้านคนประกอบด้วยชาวจีน ชาวเขากว่า30เผ่า คนส่วนใหญ่เป็นชาวเวียดนาม และส่วนมากประชากรนับถือศาสนาพุทธ

พื้นที่ส่วนมากเป็นภูเขาเวียดนาม มีลักษณะพื้นที่เป็นแถวยาวเหมือนตัว เอส มีพื้นที่ราวๆ 331,690 ตารางกิโลเมตร (3 ใน 5 ของไทย หรือ ราวกับประมาณ 65%) ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของแหลมอินโดจีน ทางทิศเหนือชิดกับจีน ทิศใต้ชิดกับสมุทรจีนและก็อ่าวไทย ทิศตะวันออกชิดกับอ่าวตัวเกี๋ย รวมทั้งสมุทรจีน และก็ทิศตะวันตกชิดกับประเทศเขมรและก็ประเทศลาว

ประเทศเวียดนาม ที่สนใจ

ถ้าใครกำลังนึกถึงประเทศที่น่าไปและน่าสนใจมากที่สุดก็น่าจะเป็น ประเทศเวียนนามสามารถเดินทางได้ง่าย จะท่องเที่ยวเทือกเขาก็ได้ มหาสมุทรก็มี หรือเมืองเก่าก็งาม แถมยังมีที่เที่ยวงามๆก็คงจะหนีไม่พ้น “เวียดนาม” ประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่อยู่ไม่ไกลมากนัก เดินทางบินตรงก็แค่ 2 ชั่วโมงกว่าๆที่สำคัญเป็นไม่จำเป็นที่จะต้องใช้วีซ่าก็เข้าไปท่องเที่ยวได้เลย ว่าและทดลองไปดูที่เที่ยวเวียดนามที่น่าดึงดูดกันเลย

ประเทศเวียดนาม มีจุดเด่นอย่างไรบ้าง

       จุดเด่นสำคัญๆของเวียดนามก็คือท่องเที่ยวได้ง่าย เพราะว่ามีสถานที่เด่น ๆในแต่ละเมือง โดยเฉพาะค่าเงินที่น้อยกว่าบ้านของเราและ ค่าใช้สอยไม่มากไม่น้อยเลยทีเดียวนัก เพราะค่ายังชีพส่วนมากออกจะที่จะถูกกว่าไทย ด้วยเหตุดังกล่าววันหยุดที่จะถึงนี้ อย่าคอยช้าจองตั๋วเรือบินไปเวียดนามกับ Traveloka ที่ได้ตั๋วในราคาที่ถูกและคุ้มมาก แล้วบินไปแชะภาพกับที่เที่ยวเวียดนามงามๆ ที่นี่กันเลยดีกว่า

– เป็นสถานที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นอันดับแรกๆที่น่าสนใจเป็นที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะมีนักท่องเที่ยวที่ไปนั้นเป้นจำนวนมาก เพราะถือว่าเป็นสถานที่อยู่ใกล้เมืองฮานอย เป็นทะเลสาบที่ราบล้อมไปด้วยภูเขา ชาวปะมงแบบพื้นบ้าน มีวิวภาพที่สวยงาม คนส่วนใหญ่นิยมไปเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับ 

– ย่านเมืองเก่าฮานอย เป็นเมืองเก่าดึงดูดความคลาสสิกให้นักท่องเที่ยวสนใจเป็นอย่างมาก จะถ่ายมุมไหนก็ได้หมด เหมือนเราย้อนไปยุคเก่าๆ และความโดดเด่นของฮานอยคือวิถีของผู้คนที่เปรียบหมือนพิพิธภัณฑ์

– บานาฮิลล์ (Ba Na Hills) แหล่งสรุปความสนุกสนานและก็ความรื่นเริงใจบนยอดดอยสูง อยู่ห่างจากเมืองดานังราว 40 กม. เดิมเคยเป็นที่พักผ่อนพักผ่อนของชาวประเทศฝรั่งเศส เมื่อยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 แม้กระนั้นข้างหลังการทำศึกจบลง ชาวประเทศฝรั่งเศสปราชัย ก็เลยกลับประเทศไป ทำให้บานาฮิลล์ถูกทิ้งร้างนานยาวนานหลายปี จนถึงถูกซ่อมแซมอีกรอบในปี 2009 พร้อมตะกร้าลอยฟ้า 5,801 เมตรใช้เวลาถึง 50 นาทีสำหรับการนั่งตะกร้า

– ซาขว้างเป็นเขตพื้นที่ตั้งอยู่บนเขาชิดกับชายแดนเมืองจีน ตอนเหนือของประเทศเวียดนาม หากเดินทางมาตรงนี้จากฮานอย พวกเราจะสามารถมองเห็นแนวแนวเขาแอลป์ได้ด้วยน้า ซาขว้างเป็นเมืองหนึ่งของเวียดนามที่เติบโตด้านการท่องเที่ยวอย่างเร็วในตอนหลายปีที่ผ่านเลยมา หากว่าตรงนี้จะค่อนข้างจะบ้านนอกก็ตาม และก็สิ่งที่ทำให้ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อย ต้องการจะมาเช็คอินตรงนี้มันก็คือ ที่นาข้าวขั้นบันได ที่กว้างสุดสายตา เป็นความงดงามของธรรมชาติที่มนุษย์ได้คิดประดิษฐ์ขึ้น

 

รีวิว หมู่บ้าน แม่กำปอง จ.เชียงใหม่

ประโยชน์และสรรพคุณของ หอมใหญ่

หอมใหญ่ (Onion) ชื่อวิทยาศาสตร์ Allium cepa L. จัดอยู่ในวงศ์พลับพลึง (AMARYLLIDACEAE) และอยู่ในวงศ์ย่อย ALLIOIDEAE เป็นหนึ่งในเครื่องเทศที่ใช้สำหรับในการปรุงอาหารเนื่องจากมีกลิ่นเเละรสชาติที่เป็นเบสให้กับอาหารในหลายๆเมนูโดยเฉพาะเมนูที่ต้องการกลิ่นฉุนเช่น ยำไข่ดาว ยำสามกรอบ ข้าวกั๊นจิ๊น และใช้หมักเนื้อให้เนื้อนุ่มเป็นต้นชาวอิสรามนิยมนำผงหอมใหญ่มาผสมกับเครื่องเทศอื่นๆเพื่อใช้ในการปรุงอาหารเพื่อเสริมมิติรสชาติที่เครื่องเทศอื่นให้ไม่ได้โดยเฉพาะน้ำมันหอมระเหยในหอมหัวใหญ่ที่ให้กลิ่นที่ฉุนแถมยังช่วยรักษาโรคหวัดอีกด้วย

หอมใหญ่มีชื่อจนติดปากในชื่ออื่นๆเช่น หัวหอม หอมหัวใหญ่ หัวหอมใหญ่ หอมฝรั่ง หอมหัว เป็นต้น โดยหอมใหญ่นั้นมีถิ่นกำเนิดและมีขอบเขตการกระจายพันธุ์ในทวีปเอเชียกลางบ้างแหล่งข้อมูลก็บอกว่ามีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชียตะวันตกเฉียงใต้และสำหรับแหล่งผลิตที่สำคัญได้แก่ประเทศจีน สหรัฐอเมริกา และประเทศอินเดีย

หอมใหญ่ ถูกจัดเป็นพรรณพืชล้มลุกมีหัวที่ใช้สำหรับสะสมอาหารอยู่ใต้ดินลักษณะกลมป้อมมีเปลือกสีม่วงบางๆห่อหุ้มอยู่เมื่อตากให้แห้งจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลภายในมีกลีบสีขาวหุ้มอยู่เป็นชั้นๆทำให้เกิดลักษณะเป็นชั้นๆในส่วนของใบจะออกเป็นกระจุกรวมกัน3-4ใบลักษณะเป็นรูปแบบคล้ายกับดาบเส้นใบจีบคล้ายรูปพัด ดอกของพืชชนิดนี้จะแทงออกมาจากดินแล้วออกดอกเป็นช่อกลีบดอกเป็นสีขาว

ประโยชน์และสรรพคุณของ หอมใหญ่

  • อุดมไปด้วยวิตามินซีซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระทำให้ผิวพรรณไม่เหี่ยวย่น
  • ช่วยป้องกันและยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งต่าง ๆ ได้
  • น้ำมันหอมระเหยในหอมหัวใหญ่ช่วยให้หลับสบายคล้ายเครียด
  • กระตุ้มคาวมอยากอาหารทำให้เจริญอาหาร
  • ช่วยกำจัดสารตะกั่วและโลหะหนักที่ปนเปื้อนมากับอาหาร
  • ช่วยลดและป้องกันความเสี่ยงของโรคหัวใจ
  • มีฤทธิ์ช่วยรักษาโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด
  • ช่วยบรรเทาอาการปวดตามข้อต่างๆ
  • ช่วยรักษาโรคผิวหนัง กลากเกลื้อน
  • ช่วยลดอาการเจ็บปวดเนื่องจากแมลงสัตว์กัดต่อย

ข้อควรรู้เกี่ยวกับหอมหัวใหญ่ : การจะนำหอมหัวใหญ่มาใช้รักษาอาการต่างนั้นขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของผู้ป่วยด้วยเพราะหอมหัวใหญ่มีฤทธิ์ช่วยขับความร้อนออกจากร่างกาย

ข้อมูลคุณค่าทางโภชนาการของหอมหัวใหญ่ ต่อ 100 กรัม

  • พลังงาน 40 กิโลแคลอรี
  • คาร์โบไฮเดรต 9.34 กรัม
  • น้ำตาล 4.24 กรัม
  • เส้นใย 1.7 กรัม
  • ไขมัน 0.1 กรัม
  • โปรตีน 1.1 กรัม
  • น้ำ 89.11 กรัม
  • วิตามินบี 1 0.046 มิลลิกรัม 4%
  • วิตามินบี 2 0.027 มิลลิกรัม 2%
  • วิตามินบี 3 0.116 มิลลิกรัม 1%
  • วิตามินบี 5 0.123 มิลลิกรัม 2%
  • วิตามินบี 6 0.12 มิลลิกรัม 9%
  • วิตามินบี 9 19 ไมโครกรัม 5%
  • วิตามินซี 7.4 มิลลิกรัม 9%
  • ธาตุแคลเซียม 23 มิลลิกรัม 2%
  • ธาตุเหล็ก 0.21 มิลลิกรัม 2%
  • ธาตุแมกนีเซียม 10 มิลลิกรัม 3%
  • ธาตุแมงกานีส 0.129 มิลลิกรัม 6%
  • ธาตุฟอสฟอรัส 29 มิลลิกรัม 4%
  • ธาตุโพแทสเซียม 146 มิลลิกรัม 3%
  • ธาตุสังกะสี 0.17 มิลลิกรัม 2%
  • ธาตุฟลูออไรด์ 1.1 ไมโครกรัม

8 วิธีการแก้อาการบวมแดงของสิวแบบระยะสั้น

เคยตื่นขึ้นมาส่องกระจกแล้วพบกับสิวแดง ๆ เม็ดเป้งบนใบหน้าไหม ถึงสิวจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนทั่วไป แต่ความบวมแดงที่มากับมันน่ะไม่ใช่หรอก การพยายามลดความบวมแดงของสิวอาจเป็นการต่อสู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุดได้เช่นเดียวกับการป้องกันไม่ได้สิวเกิดหรือการกำจัดสิวหากคุณไม่รู้วิธีที่ถูกต้อง โชคดีที่มีวิธีการลดอาการบวมแดงที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่าใช้ได้จริงหลายวิธีเลย

1. ทาวิทช์ฮาเซลเพื่อลดอาการบวมแดง ต้นวิทช์ฮาเซล (Witch Hazel) เป็นพืชที่คนมักใช้เป็นยาสมานแผล ทำหน้าที่ปรับสภาพผิวชั่วคราว นอกจากนั้นวิทช์ฮาเซลยังเป็นยารักษาสิวที่ใช้กันทั่วไปเพื่อลดอาการคันและแดงด้วย ถึงแม้ว่าวิทช์ฮาเซลจะไม่สามารถรักษาสิวได้ แต่มันก็จะช่วยลดความระคายเคืองผิวและทำให้เม็ดสิวดูจางลงแน่นอน

  • วิทช์ฮาเซลมักวางจำหน่ายในรูปแบบของยาสมานแผล คุณจะซื้อยาวิทช์ฮาเซลแบบผสมหรือไม่ผสมแอลกอฮอล์ก็ได้ (ปกติยามักจะผสมแอลกอฮอล์ประมาณ 14%) แต่ก็แนะนำให้ซื้อยาแบบที่ไม่ผสมแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์อาจทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองได้

2. ใช้ก้อนน้ำแข็ง วิธีนี้เหมาะสำหรับสิวที่แดงและเจ็บ ให้ใช้ก้อนน้ำแข็งที่ออกจากช่องแข็งแล้ว 1-2 นาที นำมาวางบนเม็ดสิวเพื่อลดอาการบวมเล็กน้อย ความเย็นจะช่วยทำให้เส้นเลือดใต้ผิวหนังหดตัว ส่งผลให้สิวดูจางลงและแดงน้อยลง

3. ใช้ถุงชาชุบน้ำปิดสิว ให้ใส่ถุงชาในน้ำอุ่นซัก 1 นาที ยิ่งถ้าเป็นชาดำจะยิ่งดี (คุณจะดื่มน้ำชาตามทีหลังเพื่อสุขภาพก็ได้) เมื่อครบ 1 นาทีแล้วก็หยิบถุงชาขึ้นมาแล้วบีบน้ำเกือบทั้งหมดให้ออกไป รอให้ถุงชาเย็นลงเล็กน้อยแล้ววางลงบนเม็ดสิว

  • ถุงชามีสารแทนนินในปริมาณที่กำลังดี แทนนินจะช่วยลดอาการบวม และมักใช้กันเพื่อแก้ปัญหาตาบวมด้วย

4. ลองกินยา Serrapeptase เพื่อลดการอักเสบ Serrapeptase เป็นสารเคมีธรรมชาติที่สกัดได้จากตัวไหม และได้รับการจัดประเภทอย่างเป็นทางการว่าเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Serrapeptase ช่วยลดการอักเสบได้โดยการสลายโปรตีนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

5. ทำยาพอกจากยาแอสไพรินเพื่อลดอาการบวมแดง การใช้ยาแอสไพรินเป็นวิธีการแก้อาการบวมแดงที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากตัวยาแอสไพรินมีกรดซาลิซิลิก ซึ่งเป็นสารเคมีที่ช่วยแก้ปวดและแก้อักเสบเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ ยาแอสไพรินจะช่วยลดความบวมพร้อมทำให้สิวแห้ง ถือว่าจ่ายหนึ่งได้ถึงสองเลยทีเดียว

  • บดยาเม็ดแอสไพรินให้เป็นผงละเอียดและผสมกับน้ำทีละหยดสองหยด เติมน้ำให้ยามีลักษณะเหมือนแป้งเปียกหยาบ ๆ
  • ใช้คอตตอนบัดจุ่มยาพอกแล้วนำมาแตะที่สิวให้ปกคลุมสิวทั้งเม็ด
  • ปล่อยให้ยาแห้งทิ้งไว้หลาย ๆ ชั่วโมง บางคนชอบผสมยาและทาก่อนนอนเลย แล้วค่อยล้างยาออกตอนเช้า

6. ใช้น้ำมันสะเดาและน้ำมันทีทรีเพื่อลดอาการบวม น้ำมันหอมระเหยทั้งสองชนิดนี้มาจากต้นไม้ และสามารถลดอาการบวมได้โดยการกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิว น้ำมันสะเดานั้นสามารถรักษาโรคต่าง ๆ ได้มากมาย แต่น้ำมันทีทรีมีชื่อเสียงเป็นพิเศษสำหรับการรักษาการติดเชื้อหรือโรคทางผิวหนัง ด้วยเหตุว่าน้ำมันหอมระเหยทั้งสองชนิดนี้อาจทำให้ผิวระคายเคืองได้หากใช้ในรูปแบบบริสุทธิ์ (ของดีมากไปก็ไม่ดีหรอกนะ) ให้ผสมน้ำมันกับน้ำปริมาณเท่ากันก่อนใช้ จากนั้นใช้คอตตอนบัดจุ่มน้ำมันแล้วนำมาแต้มสิว ทิ้งไว้ 10-20 นาที จากนั้นเช็ดออก

7. พอกหน้าด้วยโคลน มาสก์โคลนจะช่วยดึงความชุ่มชื้นออกจากผิว จึงช่วยลดการอักเสบและดูดหนองออกจากสิวด้วย ผู้ใช้หลายคนมีรูขุมขนที่ดูเล็กลงและตึงขึ้นหลังจากใช้โคลนพอกหน้า ทางที่ดีให้พอกหน้าทั้งหน้าอาทิตย์ละครั้งและแต้มโคลนตามจุดที่เป็นสิวในวันที่ไม่ได้พอกหน้า

8. ใช้มะนาว แตงกวา หรือมะเขือเทศ สามทหารเสือธรรมชาตินี้เคยช่วยลดอาการอักเสบให้คนที่พยายามรักษาสิวที่บ้านมามากมายแล้ว ถึงแม้ว่าผักผลไม้แต่ละชนิดจะออกฤทธิ์กันคนละแบบ แต่ก็เชื่อกันว่าทั้งสามรักษาสิวได้ชะงัดเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่าพืชทั้งสามชนิดนี้สามารถรักษาสิวหรือลดอักเสบได้จริง ฉะนั้นควรพิจารณาให้ดีก่อนใช้

  • ฝานมะนาวเป็นแว่นแล้วนำมาวางบนสิว กรดซิตริกในน้ำมะนาวจะช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียในสิวและยังช่วยรักษาแผลเป็นอีกด้วย แต่จำไว้นะว่าการใช้น้ำมะนาวจะทำให้แสบแน่นอน
  • เป็นที่รู้กันว่าแตงกวาช่วยแก้อักเสบได้ ให้ฝานแตงกวาเป็นแว่นแล้ววางบนสิว แตงกวาจะช่วยทำให้ผิวรู้สึกสบายขณะที่ลดอาการอักเสบไปพร้อม ๆ กัน
  • สภาพความเป็นกรดอ่อน ๆ ของมะเขือเทศก็ช่วยรักษาสิวได้ ที่จริงแล้วยาแก้สิวหลายชนิดเลยมีส่วนผสมของวิตามินเอและวิตามินซี ซึ่งก็พบได้ในมะเขือเทศ ให้ฝานมะเขือเทศเป็นแว่นแล้ววางบนสิว ทิ้งไว้ไม่เกิน 1 ชั่วโมง

7 ประโยชน์ของการวิ่ง ช่วยป้องกันโรคได้

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การวิ่ง นั้นเป็นหนึ่งในเทรนด์การออกกำลังกายที่มาแรงในยุคปัจจุบันแบบสุดๆ ดังจะเห็นได้จากบรรดากิจกรรมการวิ่งที่จัดขึ้นแทบจะทุกสัปดาห์ในเมืองกรุง ล้วนเป็นสิ่งสะท้อนค่านิยมในการออกกำลังกายประเภทนี้ได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้สาเหตุที่ทำให้การวิ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในกลุ่มคนรุ่นใหม่นั้น สืบเนื่องมาจากเป็นกิจกรรมที่สามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นกลางแจ้ง (วิ่งออกกำลังกายตามสวนสาธารณะ) หรือในร่ม (วิ่งบนลู่วิ่งของเครื่องออกกำลังกาย) อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่สามารถทำได้คนเดียวโดยไม่ต้องอาศัยบุคคลอื่นหรืออุปกรณ์ต่างๆ ให้วุ่นวาย (เตรียมรองเท้าวิ่งคู่ใจไว้สักคู่ก็เพียงพอ) ซึ่งนอกเหนือจากประโยชน์ทางด้านสุขภาพและรูปร่างที่ได้จากการวิ่งแล้ว วันนี้เราก็ได้นำ 7 ประโยชน์ของการวิ่ง ช่วยป้องกันโรคได้ มาฝากกันด้วย

1.การวิ่งช่วยบรรเทาความเครียด
นอกจากสุขภาพทางกายแล้ว การวิ่งในแต่ละครั้งจะทำให้เราได้ฝึกสมาธิและผ่อนคลายไปกับบรรยากาศรอบๆ ตัวขณะวิ่ง โดยเมื่อถึงจุดๆ หนึ่งร่างกายก็จะหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุขที่มีชื่อว่า “Endorphin” (เอ็นดอร์ฟิน) ออกมา ซึ่งสารตัวนี้เองที่จะช่วยบรรเทาความเครียด ฟื้นฟูจิตใจ และผ่อนคลายความกังวลให้ลดลง

2.การวิ่งช่วยกระตุ้นให้โลหิตไหลเวียนดีขึ้น
สำหรับคนที่ระบบหมุนเวียนโลหิตในร่างกายเสื่อมนั้น การวิ่ง คืออีกหนึ่งวิธีที่สามารถกระตุ้นการทำงานของระบบหมุนเวียนโลหิตภายในร่างกายให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสองอวัยวะสำคัญที่เกี่ยวข้องกับระบบหมุนเวียนโลหิตภายในร่างกายโดยตรงอย่าง “ปอด” และหัวใจที่จะถูกกระตุ้นให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพถ้าหากเรามีการออกกำลังกายที่เป็นประจำ

3.การวิ่งช่วยลดความเสี่ยงของภาวะกระดูกพรุน
ยิ่งอายุมากขึ้นมวลกระดูกของเราก็ยิ่งเสื่อมถอยลงไปตามกาลเวลา ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันภาวะกระดูกพรุน การออกกำลังกายโดยการวิ่งเป็นประจำอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้มวลกระดูกโดยรวมของร่างกายแข็งแรงและเสื่อมถอยช้าลง

4.การวิ่งช่วยบรรเทาอาการปวด
นอกจากช่วยบรรเทาความเครียดสะสมแล้ว ฮอร์โมนเอ็นดอร์ฟินยังทำหน้าที่คลายความเจ็บปวดคล้ายกับ “Morphine” (มอร์ฟีน) ได้อีกเช่นเดียวกัน ดังนั้นเมื่อสึกเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวเมื่อไหร่ อาจลองลุกขึ้นมาวิ่งขยับแข้งขยับขาเพื่อลดอาการปวดเมื่อเหล่านี้ให้ทุเลาลงได้

5.การวิ่งทำให้ได้พบเจอมิตรภาพใหม่ๆ
การออกไปวิ่งตามสวนสาธารณะหรือตามงานวิ่งต่างๆ ที่จัดขึ้นอยู่เป็นประจำ นอกจากจะได้ประโยชน์ทางด้านสุขภาพและฝึกวินัยการออกกำลังกายให้กับตนเองแล้ว การวิ่งตามที่ต่างๆ เหล่านี้ยังเปรียบเสมือนประตูบานแรกที่ทำให้เราได้พบเจอกับผู้คนใหม่ๆ ที่มีความชอบในเรื่องที่ใกล้เคียงกันอีกด้วย

6.การวิ่งช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน
ใครที่มักป่วยบ่อยๆ หรือมีอาการภูมิแพ้เรื้อรัง การวิ่งเป็นประจำจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและทำให้ร่างกายของเราสามารถต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น

7.การวิ่งช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์
จากผลวิจัยทางการแพทย์พบว่าการวิ่งประมาณ 30 นาทีหรือ 5,400 ก้าวขึ้นไปในแต่ละวัน สามารถช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์สมอง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกระบวนการคิด ความจำ ไม่ให้เป็นโรคอัลไซเมอร์ได้

เราก็ได้รู้ 7 ประโยชน์ของการวิ่ง ช่วยป้องกันโรคได้ กันไปแล้ว ว่ามีอะไรบ้าง หลังจากนี้หลายๆคนคงจะหันมารักษาสุขภาพด้วยการวิ่งกันมากขึ้น แต่จะออกแบบกำลังแบบไหนก็แล้วแต่ ควรรู้ประสิทธิภาพของตัวเองด้วยนะ อย่าฝืนเกินไป

เสื่อโยคะมีประโยชน์อะไรบ้าง

การเล่นโยคะนั้นถ้าพื้นไม่เรียบ พื้นไม่สะอาดก็อาจจะนำมาซึ่งโรค และบาดแผลได้ การใช้เสื่อโยคะ จึงถือว่าเป็นตัวช่วยที่ดีเลยทีเดียว เพราะในปัจจุบันนี้การเล่นโยคะนั้นก็เป็นอีกหนึ่งการออกกำลังกายที่ได้รับความนิยมมากอย่างต่อเนื่อง เพราะนอกจากจะได้สุขภาพที่แข็งแรงแล้วการเล่นโยคะนั้นยังเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สามารถเล่นได้หลากหลายวัย

วันนี้เราจึงมาบอกกันว่า เสื่อโยคะมีประโยชน์อะไรบ้าง เผื่อว่าจะเป็นตัวช่วยตัดสินใจ ว่าอยากจะมีเสื่อโยคะเก็บไว้ที่บ้านสักผืนหรือไม่ 

เสื่อโยคะ ( Yoga )
ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 700 ถึง 900 บาท ซึ่งราคาอาจจะไม่ได้ถูกที่สุดในกลุ่ม เสื่อโยคะ แต่เมื่อเทียบกับประสิทธิภาพที่จะได้ นั่นคือการยืนเกาะตัวผู้เล่นและการซับพอร์ตแรงกดแรงกระแทก ป้องกันไม่ให้ได้รับบาดเจ็บหรือปวดตามส่วนต่างๆของร่างกาย ก็ถือว่าค่อนข้างคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป

ไม่มีกลิ่นเหม็นอับ
เสื่อจะมีรูพูนในตัวเสื่อที่ค่อนข้างเล็ก ทำให้เหงื่อไม่สามารถซึมเข้าไปในตัวเสื่อ หรือเกิดการหมักหมมของเสื่อได้ จึงไม่ทำให้เสื่อชนิดนี้เกิดกินเหม็นอาบมารบกวนผู้ใช้งาน ในระหว่างที่เล่นโยคะอยู่นั่นเอง หลายท่านอาจจะมองว่ากลิ่นเหม็นอับของตัวเสื่อนั้นเป็นเรื่องที่เล็น้อย แต่หากเจอกับตัวแล้วละก็ มันเป็นสิ่งที่รบกวนสมาธิของผู้เล่นค่อนข้างมากทีเดียวเลย

น้ำหนักเบา
เสื่อที่มีความหนา6 มิล จะมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 700 ถึง 900 กรัม เป็นน้ำหนักที่ไม่หนักจนเกินไป สามารถพกติดตัวไปเล่นตามโยคะสตูดิโอ หรือออกกำลังกายนอกสถานที่ได้อย่างคล่องตัว จึงเป็นจุดเด่นอีกข้อหนึ่งของเสื่อ

ทำความสะอาดง่าย
การทำความสะอาดเสื่อเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลยเป็นอย่างยิ่ง เพราะในระหว่างที่เล่นโยคะ เสื่อจะมีการสัมผัสกับตัวผู้เรียนอยู่เสมอดังนั้นการทำความสะอาด เสื่อโยคะ อยู่สม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งที่ควรทำเป็นอย่างยิ่งและไม่ควรละเลย

บิดหมาดแล้วเช็ดให้ทั่วตัวเสื่อ จากนั้นนำไปตากลมให้แห้งก่อนม้วนเก็บเข้าที่ ถ้าหากไม่มีเวลาจริงๆก็ควรนำเสื่อไปพึ่งลมหลังจากเล่นโยคะเสร็จ ไม่ควรม้วนเก็บทันที เพื่อสุขลักษณะที่ดีของเรา

ความยืดหยุ่นสูงป้องกันการได้รับบาดเจ็บ
เสื่อชนิดนี้จะมีความยืดหยุ่นในตัวเองที่ค่อนข้างสูง ทำให้สามารถช่วยซับและกระจายแรงกดได้เป็นอย่างดี เมื่อผู้ใช้งานถ่ายเทน้ำหนักหรือกดน้ำหนักลงมาที่เสื่อ เสื่อก็จะทำหน้าที่คอยซัพพอร์ตและกระจายแรงกดลงสู่พื้นทำให้ผู้เล่นลดโอกาสการได้รับบาดเจ็บตามส่วนต่างๆ อย่างเช่น เข่า ขอศอก หลัง สะโพกหรือหัวเขาได้

เราก็ได้รู้แล้วว่า เสื่อโยคะมีประโยชน์อะไรบ้าง ถ้ากำลังมองหาเสื่อโยคะสักผืนอยู่ ก็ลองเอาข้อดีที่เราได้กล่าวมานี้ไปประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อกันได้เลย 

10 ประโยชน์จากหัวหอม ที่คุณอาจยังไม่รู้

สำหรับ หัวหอม นั้นเป็นผักที่หลายๆ บ้านมักมีติดไว้ในครัวเสมอๆ เพราะหอมหัวใหญ่นั้นใช้ใส่อาหารได้หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นผัด หรือแกง แม้กระทั่งการนำมาทำเป็นซุป การทานหอมหัวใหญ่เป็นประจำช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้ เพราะหอมหัวใหญ่มีสารฟลาโวนอยด์ ที่มีฤทธิ์ช่วยยับยั้งไขมันไม่ให้เกาะหรืออุดตันผนังหลอดเลือดภายในร่างกายได้ดี นอกจากนี้หอมใหญ่และหอมแดงยังมีประโยชน์อีกหลายอย่างมากกว่าที่คิด

 

วันนี้เราจึงมี 10 ประโยชน์จากหัวหอม ที่คุณอาจยังไม่รู้ มาฝากกัน เพื่อว่าบางคนที่ไม่ชอบหัวหอม จะลองหันมาลองกินดู เพราะสรรคุณดีๆ ของหัวหอมก็มีมากเลยทีเดียว

1.ช่วยดับกลิ่นคาวของอาหาร
เวลาทำเมนูปลานึ่ง ปลาเผา คุณแม่มักบุหัวหอมให้แตกแล้วยัดใส่ลงไปในตัวปลาด้วยเพื่อดับกลิ่นคาวปลา หรือเวลาต้มส้มแกงไก่ก็จะใส่หอมแดงหัวเล็กๆ ลงไปด้วย ช่วยลดกลิ่นคาวจากเนื้อไก่ ทำให้แกงมีกลิ่นหอมน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น

2.นอนไม่หลับ
ใครที่มีปัญหานอนไม่หลับ ลองใช้กลิ่นจากหัวหอมแดงมาเป็นอโรมาจะช่วยให้หลับได้ง่ายขึ้นเพียงแค่หั่นหอมแดงเป็นแผ่นบางๆ แล้วห่อด้วยผ้าบางๆ วางไว้ข้างหมอนหรือบนหัวเตียง กลิ่นอ่อนๆ ที่ระเหยออกมาจะช่วยให้ผ่อนคลายและหลับได้ดีขึ้น

3.ช่วยรักษาแผล
คนสมัยก่อนเวลาที่ลูกหลานวิ่งเล่นหกล้ม เกิดแผลฟกช้ำ มักจะนำเอาหอมแดงมาหั่นเป็นแว่นๆ แล้วผสมกับน้ำมันมะพร้าวและเกลือ จากนั้นนำมาต้มให้เดือดและนำมาพอกบริเวณแผล แนะนำว่าก่อนพอกหัวหอมบนแผล ต้องล้างแผลให้สะอาดก่อน เพื่อป้องกันการอักเสบของแผล

4.แก้สิว
สำหรับคนที่เป็นสิว จุดด่างดำบนใบหน้า ลองตัวช่วยที่หาได้จากในครัวอย่างหอมแดงดูค่ะ แค่หั่นหอมแดงเป็นแผ่นบางๆ ล้างหน้าให้สะอาดแล้วนำหอมแดงมาทาบริเวณใบหน้าที่มีปัญหา ทำเป็นประจำสิว จุดด่างดำจะค่อยๆ ดีขึ้น

5.ช่วยบำรุงสมอง
ในหอมแดงจะมีธาตุฟอตฟอรัสปริมาณสูง ซึ่งถ้าทานบ่อยๆ จะช่วยบำรุงสมองทำให้มีความจำดีค่ะ

6.ช่วยให้เจริญอาหาร
ใครทานข้าวไม่ค่อยได้ ทานอะไรก็ไม่อร่อย รู้สึกเบื่ออาหาร แนะนำให้หนึ่งเมนูบนโต๊ะอาหารควรมีเมนูที่ปรุงจากหัวหอมค่ะ จะใช้หอมแดง หรือหัวหอมใหญก็ได้ เช่น ไข่เจียวใส่หอมใหญ่ ยำวุ้นเส้นใส่หอมแดงมากหน่อย หรือซุปหัวหอม ฯลฯ อาหารที่ปรุงจากหัวหอมจะให้ในเรื่องกลิ่นที่ทำให้ร่างกายมีความอยากอาหารมากขึ้น และรสชาติของหัวหอมจะช่วยทำให้ทานข้าวได้อร่อยขึ้นด้วย

7.ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน
การทานหอมหัวใหญ่บ่อยๆ ช่วยให้สุขภาพหัวใจแข็งแรง เพราะในหอมหัวใหญ่จะมีเคอร์ซิติน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูอิสระที่ช่วยปกป้องเซลล์และต้านการอักเสบ รวมถึงป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันได้อีกด้วย

8.ลดอาการคัดจมูกจากหวัด
เวลาเป็นหวัดมักหายใจไม่ค่อยสะดวก เพราะมีน้ำมูกมากทำให้อัดอัดหายใจไม่โล่งจมูก วิธีแก้แบบรุ่นคุณย่า คุณยาย คือ ให้นำหัวหอมแดงมาบุพอแตกแล้งห่อด้วยผ้าเช็ดหน้า พกใส่กระเป๋าเสื้อ หรือวางไว้ข้างๆ ที่นั่งทำงาน ฯลฯ กลิ่นของหอมแดงที่ระเหยขึ้นมาจะช่วยให้หายใจได้คล่องและโล่งจมูกมากขึ้น

9.ช่วยไล่แมลงสาบ
บ้านไหนที่มีปัญหาเรื่องแมลงสาบ แนะนำให้หั่นหัวหอม(หอมแดงหรือหอมหัวใหญ่) เป็นแผ่นๆ แล้วนำไปวางไว้บริเวณที่มักมีแมลงสาบเข้ามา ในหัวหอมจะมีสารกำมะถัน ซึ่งทำให้มีกลิ่นฉุนที่สามารถช่วยไล่แมลงสาบได้ดี

10.ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล
หอมแดงมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ การทานหอมแดงเป็นประจำ จะสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ช่วยให้เลือดในร่างกายไหลเวียนได้สะดวก

 

สำหรับ 10 ประโยชน์จากหัวหอม ที่คุณอาจยังไม่รู้ ที่เรานำมานั้น ก็เป็นเพียงการยกตัวอย่างเท่านั้น สำหรับหัวหอมนั้นอาจจะยังมีประโยชน์อีกมากมายเลยทีเดียวล่ะ

ปัญหาสิว การเลือกครีมลดสิวที่เหมาะกับสภาพผิวของใบหน้า

สำหรับ ปัญหาสิว นั้นเป็นปัญหาอย่างหนึ่งที่ไม่ว่าใครก็ตาม ชาย หญิง อายุน้อยหรือมากต้องพบเจอกับปัญหาการเกิดสิวขึ้นบนใบหน้าอย่างแน่นอน ไม่เพียงเท่านั้นหลังจากสิวหายยังจะทิ้งรอยดำและรอยแดงบนใบหน้าที่น่าถนุถนอมของเราอีกด้วย ดังนั้นในบทความนี้เราจะมาทำความเข้าใจใหม่กับปัญหาของสิว ก่อนที่เราจะเรียนรู้ว่าจะกำจัดเจ้าตัวเจ้าปัญหาออกจากใบหน้าของเราได้อย่างไร และไม่ให้ใบหน้าเรากลับมาเป็นสิวซ้ำๆซากๆอีก เราจึงต้องทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่ก่อให้เกิดสิวกันก่อน

สาเหตุของการเกิดสิว
ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่คงไม่มีใครรอดความร้ายกาจของสิวได้ ที่ต้องขึ้นมาตามใบหน้าของเราอย่างไม่ทันตั้งตัว เนื่องด้วยฮอร์โมนแอนโดรเจนที่มีหน้าที่ควบคุมการสร้างน้ำมันเกิดการแกว่งตัวอย่างรุนแรง ต่อมาคือการรักษาความสะอาดบนใบหน้า ในการใช้ชีวิตประจำวันแต่ละวันไม่ว่าจะเป็นการ จับ ลูบ แคะ แกะ จนทำให้ผิวเกิดการอักเสบจนเป็นสาเหตุของการเกิดสิว และไม่ได้ทำการรักษาสิวอย่างถูกวิธี ทำให้มีสิวตกค้างอยู่ภายใต้ผิวหนังและเป็นสาเหตุหลักที่เกิดสิวเมื่อมีการกระตุ้นจากปัจจัยที่ได้บอกไปทำให้สิวไม่หายขาดไปจากใบหน้าซะที

วิธีรักษาสิวบนใบหน้า
ปัญหาการเกิดสิวนั้นเกิดขึ้นจากทั้งปัจจัยทั้งภายในและภายนอก การรักษาสิวที่เกิดจากปัจจัยภายในเช่น ไม่เครียดจนเกินไป พักผ่อนให้เพียงพอ หรือทานอาหารที่เป็นประโยชน์ และ การรักษาสิวที่เกิดจากปัจจัยภายนอกจึงสามารถทำได้โดยเลือกการใช้ครีม หรือ โฟมล้างหน้าที่เหมาะกับธรรมชาติผิวของเรา

การเลือกครีมลดสิวที่เหมาะกับสภาพผิวของใบหน้า
ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้ในตลาดมีครีมมากมาย แต่สงสัยหรือไม่ ทำไมหลังจากใช้ครีมพวกนี้แล้ว สิวก็ยังวนเวียนอยู่บนหน้าเราไม่หายขาดสักที ดังนั้นการที่จะเลือกสินค้าที่จะมาใช้บนผิวหน้าเราก็ควรจะคำนึงถึงความสำคัญและคุณภาพของตัวผู้ผลิตและดูว่าเหมาะกับสภาพผิวของเราจริงๆ หรือไม่ โดยเฉพาะผิวเป็นสิวง่ายที่ผิวมีความ Sensitive กว่าคนทั่วไป จึงจำเป็นต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ไม่ทำระคายเคืองผิว นอกจากนี้อีกปัจจัยคือเลือกครีมที่เข้าไปลดเชื้อ p.Acnes ที่เป็นต้นเหตุของการเกิดสิว เพราะครีมทั่วไปอาจจะเข้าไปลดอาการเป็นบางช่วง ไม่ได้เข้าไปกำจัดต้นเหตุของสิว สิวจึงเกิดซ้ำๆ ไม่มีวันจบ

วิธีดูแลรักษาเพื่อลดรอยที่เกิดจากสิว
ปัญหาหลักๆ เลยที่ผู้เป็นสิวเจอกันคือมักเกิดรอยดำหรือรอยแดงทิ้งไว้บนหน้าเรา โดยครีมหรือผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยลดรอยแดง รอยดำ และลดโอกาสที่สิวจะกลับมาเกิดบนใบหน้าเราอีกค่อนข้างมีตัวเลือกน้อย แถมครีมทั่วไปที่มีสาร whitening ที่มีความเข้มข้นสูงในการผลัดผิว ทำให้ผิวเป็นสิวง่ายเกิดการระคายเคือง จนกลายเป็นสิวเห่อมากกว่าเดิมอีก คงจะดีกว่าถ้ามีครีมที่สามารถลดสิวและช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใสทั่วใบหน้าไปพร้อมๆกันแบบไม่ต้องกลัวว่าสิวจะกลับมาอีก

เราก็ได้ทราบ ปัญหาสิว การเลือกครีมลดสิวที่เหมาะกับสภาพผิวของใบหน้า กันไปแล้ว ทุกคนก็อย่าลืมดูแลผิวพรรณของตัวเองให้ดีนะ การรักษาสิวที่เกิดขึ้นจากปัจจัยภายในอย่างในร่างกายเราก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์หรือครีมที่ถูกต้องก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้วนั้นเอง

กินชานมไข่มุกยังไงให้ดีต่อสุขภาพร่างกาย

เมนูยอดฮิตในตอนนี้เลยก็คือ ชานมไข่มุก มองไปทางไหนก้มีร้านขายชานมไข่มุกเต็มไปหมด ถือว่าเป็นเมนูเครื่องดื่มยอดฮิตที่ใครหลายคนติดอกติดใจจนต้องกินทุกวันเลยก็ว่าได้  ด้วยรสชาติหอมหวานของชานมผสมกับไข่มุกหนึบหนับเคี้ยวเพลิน ทำให้หลายคนไม่อาจหักห้ามใจได้แม้จะรู้ว่าอาจไม่ดีต่อสุขภาพนัก แต่ผู้ที่ชื่นชอบชานมไข่มุกอาจต้องชั่งใจสักนิดก่อนคิดบริโภคเครื่องดื่มชนิดนี้เป็นประจำ

มีอะไรอยู่ในชานมไข่มุก
ชานมไข่มุกเป็นเครื่องดื่มประเภทชา ซึ่งจะเป็นชาชนิดใดก็ได้ตามความชอบของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นชาไทย ชาเขียว หรือชาผลไม้ที่บางร้านมีให้เลือกหลากหลายชนิด ทำโดยนำชามาผสมกับนมและไซรัป ครีมเทียม น้ำตาล หรือนมข้นหวานตามสูตรของแต่ละร้านเพื่อเพิ่มความหวานมัน บางคนอาจชอบเครื่องดื่มชนิดนี้แบบใส่น้ำแข็ง แบบปั่น หรือแบบสมูทตี้ผสมเนื้อผลไม้ด้วย และสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือเม็ดไข่มุกที่ใส่ไว้ในแก้วด้านล่าง ซึ่งทำมาจากมันสำปะหลังและมีเนื้อสัมผัสเหนียวนุ่มหนึบหนับน่ากิน  

ทำไมชาไข่มุกอาจไม่ดีต่อสุขภาพ
การดื่มชาที่ไม่มีน้ำตาลอาจเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ เพราะชาส่วนใหญ่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มโพลีฟีนอลที่มีคุณสมบัติช่วยยับยั้งกระบวนการอักเสบและความเสียหายของเซลล์ในร่างกายที่อาจทำให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นบนผิวหนัง ทั้งยังอาจนำไปสู่โรคร้ายในระยะยาวได้ อย่างโรคต้อกระจก โรคมะเร็ง และโรคหลอดเลือดหัวใจ

อย่างไรก็ตาม แม้มีชาเป็นส่วนประกอบ แต่ชานมไข่มุกมีทั้งน้ำตาล น้ำเชื่อม ครีมเทียม นมข้นหวาน และแป้งจากเม็ดไข่มุก หรือแม้แต่บางครั้งผู้บริโภคก็ยังเพิ่มวิปครีมตบท้ายไปด้วย เมื่อเทียบกันแล้วย่อมไม่คุ้มค่ากับประโยชน์ที่ได้จากชา และเครื่องดื่มชนิดนี้ยังไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนักสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนักและควบคุมแป้งหรือน้ำตาล

นอกจากนี้ ใครที่ชื่นชอบชานมไข่มุกจนขาดไม่ได้ ต้องกินอยู่บ่อย ๆ ควรคำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการที่ได้ดังต่อไปนี้ด้วย

  • มีคุณค่าทางสารอาหารน้อย การได้รับน้ำตาลจากชานมไข่มุกอาจทำให้ร่างกายมีพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่เครื่องดื่มชนิดนี้แทบไม่มีวิตามิน แร่ธาตุ กากใย และสารอาหารใด ๆ รวมทั้งหากกินไข่มุกมากเกินไปก็อาจทำให้มีอาการท้องผูกได้
  • มีแคลอรี่สูง ชานมไข่มุก 1 แก้วที่เพิ่มนมสดและเม็ดไข่มุกจะให้พลังงานมากถึง 335 แคลอรี่ โดย 1 ใน 3 เป็นแคลอรี่จากเม็ดไข่มุก ซึ่งหากกินชานมไข่มุกวันละ 2 แก้ว ก็จะเทียบเท่ากับได้รับแคลอรี่ 1 ใน 3 ของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน (1,800-2,000 แคลอรี่) เลยทีเดียว อีกทั้งอาจมีน้ำตาลมากถึง 6 ช้อนชา ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานหรือเป็นโรคเบาหวานจึงควรกินชานมไข่มุกนาน ๆ ครั้งเท่านั้น
  • อาจมีวัตถุเจือปนอาหาร เคยมีรายงานว่าชานมไข่มุกที่ผู้ผลิตบางรายนำเข้าไปยังอเมริกาได้ปนเปื้อนสารอันตรายที่ใช้ในการทำพลาสติกอย่าง DEHP ซึ่งผู้ผลิตรายดังกล่าวนำมาเป็นส่วนผสมในชานมไข่มุก เพื่อเพิ่มสีและรสสัมผัสแทนการใช้น้ำมันปาล์มที่มีราคาแพงกว่า โดยมีงานวิจัยในสัตว์ทดลองที่พบว่า สารชนิดนี้อาจส่งผลให้เกิดภาวะมีบุตรยากและมีการเจริญเติบโตที่ผิดปกติได้
  • อาจก่อให้เกิดอาการแพ้หรือระบบย่อยผิดปกติ ขั้นตอนการผลิตหัวมันสำปะหลังให้เป็นเม็ดไข่มุกที่ไม่เหมาะสม เช่น ปรุงไม่สุก แช่น้ำมากเกินไป เก็บไว้นานเกิน หรือปนเปื้อนเปลือกของมันสำปะหลัง เป็นต้น อาจทำให้ผู้บริโภคท้องอืด ได้รับพิษจากไซยาไนด์ ส่งผลเสียต่อระบบประสาท และก่อให้เกิดโรคคอพอกได้ รวมทั้งบางครั้งก็อาจมีส่วนผสมของซัลไฟต์ด้วย ซึ่งผู้ที่มีภาวะย่อยสารนี้ผิดปกติควรหลีกเลี่ยงการกินอาหารชนิดนี้

กินชานมไข่มุกยังไงให้ดีต่อสุขภาพร่างกายมากที่สุด
ชานมไข่มุกเป็นเครื่องดื่มที่ควรกินนาน ๆ ครั้งเท่านั้น ผู้ที่ห้ามใจไม่ได้จนต้องดื่มชานมไข่มุกอยู่บ่อย ๆ หรือผู้ที่อยากดื่มแต่ก็กังวลว่าอาจไม่ดีต่อสุขภาพ สามารถสั่งชานมไข่มุกแบบใส่น้ำตาลน้อยหรือไม่ใส่น้ำตาลเลยแทนได้ รวมทั้งอาจลดน้ำเชื่อมและสารเพิ่มความหวานอื่น ๆ โดยควรเลือกร้านที่ใช้นมสดหรือนมไขมันต่ำแทนครีมเทียม และอาจดื่มชาแบบไม่ใส่ไข่มุกเพื่อลดปริมาณแคลอรี่ด้วย แม้อาจทำให้ชานมไข่มุกไม่เป็นชานมไข่มุกเหมือนเดิมจากที่เคยบริโภคก็ตาม แต่แบบนี้ก็ดีต่อสุขภาพทั้งกายและใจมากกว่าที่เคย  

9 คุณประโยชน์จากทับทิม

สำหรับ ทับทิม นั้นผลไม้สีแดงสดที่เรารู้จักกันดี แม้จะมีถิ่นกำเนิดมาจากดินแดนที่หนาวเย็น แต่ทุกวันนี้ทับทิมก็หากินได้ไม่ยากในบ้านเรา แต่ทับทิมที่มาจากพื้นที่หนาวเย็นจะมีสีแดงสดใสที่ดูน่ากินกว่า นอกจากสีสันอันสวยงามและรูปลักษณ์แปลกตา ทับทิมยังเป็นผลไม้มากประโยชน์ อุดมไปด้วยไฟเบอร์ วิตามิน และแร่ธาตุหลากหลายชนิด แถมยังแคลอรี่ต่ำอีกต่างหาก มากินทับทิมแล้วรับประโยชน์หลากหลายพวกนี้กัน

วันนี้เราจึงนำ 9 คุณประโยชน์จากทับทิม มาบอกทุกคนกัน เผื่อว่าทับทิมนั้นอาจจะกลายเป็นผลไม้โปรดของใครหลายๆคนมากขึ้น

 

ประโยชน์ของทับทิม

1. ทับทิมอาจช่วยทำให้ความจำดีขึ้น
มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่พบว่า ทับทิมสามารถทำให้ความจำดีขึ้น เนื่องจากมีงานวิจัยที่พบว่า ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดและได้รับสารสกัดทับทิม 2 กรัม ช่วยป้องกันการสูญเสียความจำหลังจากผ่าตัดได้ นอกจากนี้ยังมีการศึกษาในหนูทดลองที่พบว่า ทับทิมอาจช่วยต่อสู้กับโรคอัลไซเมอร์

2. ทัมทิมมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ
การอักเสบเรื้อรังเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคร้ายแรง ได้แก่ โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคอัลไซเมอร์ และโรคอ้วน คุณสมบัติต้านอาการอักเสบของทับทิม มาจากสารต้านอนุมูลอิสระในทับทิมที่มีชื่อว่า พูนิคาลาจิน (punicalagins) ซึ่งจากการศึกษาในหลอดทดลองแสดงให้เห็นว่า สารพูนิคาลาจินสามารถลดการอักเสบในทางเดินอาหารได้

นอกจากนี้ยังมีการศึกษาวิจัยที่ใช้เวลา 12 สัปดาห์ โดยให้กลุ่มผู้ทดลองที่เป็นโรคเบาหวานดื่มน้ำทับทิมปริมาณ 1.1 ถ้วย (250 มิลลิลิตร) ต่อวัน ผลการวิจัยพบว่าการดื่มน้ำทับทิมช่วยลดการอักเสบทำให้โปรตีน CPR และสารอินเตอร์คิวลิน-6 (interleukin-6) ลดลง 32% และ 30% ตามลำดับ ซึ่งโปรตีน CPR หรือ C-reactive protein เป็นโปรตีนที่ตอบสนองต่อการอักเสบ เช่นเดียวกันกับสารอินเตอร์คิวลิน-6 (interleukin-6) ที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองต่อการอักเสบ

3. ทับทิมมีส่วนช่วยในการต่อสู้กับมะเร็งต่อมลูกหมาก
มะเร็งต่อมลูกหมาก เป็นชนิดของมะเร็งที่พบบ่อยในผู้ชาย และมีการศึกษาวิจัยในห้องทดลองที่พบว่า สารสกัดทับทิมอาจชะลอการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง และอาจทำให้เกิดภาวะอะพอพโทซิส (apoptosis) หรือภาวะการตายของเซลล์มะเร็ง เพิ่มเติมไปกว่านั้นยังมีหลักฐานเบื้องต้นจากการวิจัยที่บ่งชี้ว่า น้ำทับทิมอาจมีประโยชน์ต่อผู้ชายที่เป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก รวมถึงมีคุณสมบัติในการยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง และช่วยลดความเสี่ยงในการเสียชีวิต

4. ทับทิมอาจช่วยต้านมะเร็งเต้านม
มะเร็งเต้านม เป็นหนึ่งในชนิดของมะเร็ง ที่พบได้มากที่สุดในผู้หญิง โดยสารสกัดทับทิมอาจช่วยป้องกันการเจริญของเซลล์มะเร็งเต้านม หรืออาจทำให้เซลล์มะเร็งตายได้ แต่อย่างไรก็ตามมีหลักฐานงานวิจัยอย่างจำกัด ดังนั้น การศึกษาเรื่องประโยชน์ของทับทิมต่อมะเร็งเต้านมจึงจำเป็นต้องศึกษาวิจัยเพิ่มเติม

5. ทับทิมอาจช่วยลดความดันเลือด
ภาวะความดันเลือดสูง (High blood pressure) เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการหัวใจวาย และโรคหลอดเลือดหัวใจ มีงานวิจัยหนึ่งที่พบว่า ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงมีความดันโลหิตลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังจากกินน้ำทับทิม 5 ออนซ์ (150 มิลลิลิตร) ทุกวันเป็นเวลา 2 สัปดาห์ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่พบว่า การดื่มน้ำทับทิมสามารถช่วยลดความดันโลหิตค่าบน (Systolic) หรือแรงดันโลหิตขณะหัวใจบีบตัว

6. น้ำทับทิมช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ
โรคหัวใจเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรที่พบมากที่สุดในโลก และโรคหัวใจเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย มีการศึกษาวิจัยที่ใช้ระยะเวลา 4 สัปดาห์ และมีกลุ่มตัวอย่าง 51 คน ซึ่งเป็นผู้ที่มีระดับไตรกลีเซอร์ไรด์สูง ผลการวิจัยพบว่า การกินน้ำมันเมล็ดทับทิม 800 มิลลิกรัมต่อวัน สามารถลดไตรกลีเซอร์ไรด์อย่างมีนัยสำคัญ และช่วยทำให้อัตราส่วนส่วนของไตรกลีเซอร์ไรด์และไขมันเอชดีแอลดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่ทำการศึกษา ผลจากการกินน้ำทับทิมในผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และคอเลสเตอรอลสูง ผลการวิจัยพบว่าช่วยลดไขมันแอลดีแอล หรือไขมันเลว อย่างมีนัยสำคัญ

7. น้ำทับทิมอาจช่วยรักษาภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
งานวิจัยพบว่า น้ำทับทิมช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตและการแข็งตัวของอวัยวะเพศของกระต่าย นอกจากนี้มีงานวิจัยที่พบว่า ทับทิมมีประโยชน์ต่อผู้ชาย 53 คนที่มีอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ แต่งานวิจัยชิ้นนี้ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ

8. ทับทิมสามารถช่วยต่อสู้กับการติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา
สารประกอบของพืชในทับทิมสามารถช่วยต่อสู้กับจุลินทรีย์ที่เป็นอันตราย ตัวอย่างเช่น มีการศึกษาวิจัยที่แสดงว่า สามารถต่อสู้กับแบคทีเรียบางประเภทและยีสต์ที่มีชื่อว่า Candida albicans และผลการต้านแบคทีเรียและเชื้อรา อาจช่วยป้องกันการติดเชื้อและการอักเสบในปากของคุณ เช่น โรคฟันผุ โรคปริทันต์ และโรคปากอักเสบเหตุฟันเทียม (Denture stomatitis) เพิ่มเติมไปกว่านั้น ทับทิมมีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรียและไวรัส ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อโรคเหงือกและการติดเชื้อ

9. ทับทิมอาจช่วยทำให้ประสิทธิภาพการออกกำลังกายดีขึ้น
งานวิจัยที่ทำการศึกษาโดยให้นักกีฬา 19 คนวิ่งบนลู่วิ่ง และกินสารสกัดทับทิม 30 นาทีก่อนออกกำลังกาย ผลการวิจัยพบว่า การกินสารสกัดทับทิมก่อนออกกำลังกาย 30 นาที ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากทับทิมอุดมไปด้วยไนเตรด ซึ่งช่วยในการทำให้ประสิทธิภาพการออกกำลังกายดีขึ้น และยังช่วยชะลอการเกิดความเหนื่อยล้า