ประโยชน์และสรรพคุณของ หอมใหญ่

By Holly Mitchell

หอมใหญ่ (Onion) ชื่อวิทยาศาสตร์ Allium cepa L. จัดอยู่ในวงศ์พลับพลึง (AMARYLLIDACEAE) และอยู่ในวงศ์ย่อย ALLIOIDEAE เป็นหนึ่งในเครื่องเทศที่ใช้สำหรับในการปรุงอาหารเนื่องจากมีกลิ่นเเละรสชาติที่เป็นเบสให้กับอาหารในหลายๆเมนูโดยเฉพาะเมนูที่ต้องการกลิ่นฉุนเช่น ยำไข่ดาว ยำสามกรอบ ข้าวกั๊นจิ๊น และใช้หมักเนื้อให้เนื้อนุ่มเป็นต้นชาวอิสรามนิยมนำผงหอมใหญ่มาผสมกับเครื่องเทศอื่นๆเพื่อใช้ในการปรุงอาหารเพื่อเสริมมิติรสชาติที่เครื่องเทศอื่นให้ไม่ได้โดยเฉพาะน้ำมันหอมระเหยในหอมหัวใหญ่ที่ให้กลิ่นที่ฉุนแถมยังช่วยรักษาโรคหวัดอีกด้วย หอมใหญ่มีชื่อจนติดปากในชื่ออื่นๆเช่น หัวหอม หอมหัวใหญ่ หัวหอมใหญ่ หอมฝรั่ง หอมหัว เป็นต้น โดยหอมใหญ่นั้นมีถิ่นกำเนิดและมีขอบเขตการกระจายพันธุ์ในทวีปเอเชียกลางบ้างแหล่งข้อมูลก็บอกว่ามีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชียตะวันตกเฉียงใต้และสำหรับแหล่งผลิตที่สำคัญได้แก่ประเทศจีน สหรัฐอเมริกา และประเทศอินเดีย หอมใหญ่ ถูกจัดเป็นพรรณพืชล้มลุกมีหัวที่ใช้สำหรับสะสมอาหารอยู่ใต้ดินลักษณะกลมป้อมมีเปลือกสีม่วงบางๆห่อหุ้มอยู่เมื่อตากให้แห้งจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลภายในมีกลีบสีขาวหุ้มอยู่เป็นชั้นๆทำให้เกิดลักษณะเป็นชั้นๆในส่วนของใบจะออกเป็นกระจุกรวมกัน3-4ใบลักษณะเป็นรูปแบบคล้ายกับดาบเส้นใบจีบคล้ายรูปพัด ดอกของพืชชนิดนี้จะแทงออกมาจากดินแล้วออกดอกเป็นช่อกลีบดอกเป็นสีขาว ประโยชน์และสรรพคุณของ หอมใหญ่ อุดมไปด้วยวิตามินซีซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระทำให้ผิวพรรณไม่เหี่ยวย่น ช่วยป้องกันและยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งต่าง ๆ ได้ น้ำมันหอมระเหยในหอมหัวใหญ่ช่วยให้หลับสบายคล้ายเครียด กระตุ้มคาวมอยากอาหารทำให้เจริญอาหาร ช่วยกำจัดสารตะกั่วและโลหะหนักที่ปนเปื้อนมากับอาหาร ช่วยลดและป้องกันความเสี่ยงของโรคหัวใจ มีฤทธิ์ช่วยรักษาโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด ช่วยบรรเทาอาการปวดตามข้อต่างๆ ช่วยรักษาโรคผิวหนัง กลากเกลื้อน ช่วยลดอาการเจ็บปวดเนื่องจากแมลงสัตว์กัดต่อย ข้อควรรู้เกี่ยวกับหอมหัวใหญ่ : การจะนำหอมหัวใหญ่มาใช้รักษาอาการต่างนั้นขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของผู้ป่วยด้วยเพราะหอมหัวใหญ่มีฤทธิ์ช่วยขับความร้อนออกจากร่างกาย ข้อมูลคุณค่าทางโภชนาการของหอมหัวใหญ่ ต่อ 100 กรัม พลังงาน 40 กิโลแคลอรี คาร์โบไฮเดรต 9.34…

7 ประโยชน์ของการวิ่ง ช่วยป้องกันโรคได้

By Holly Mitchell

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การวิ่ง นั้นเป็นหนึ่งในเทรนด์การออกกำลังกายที่มาแรงในยุคปัจจุบันแบบสุดๆ ดังจะเห็นได้จากบรรดากิจกรรมการวิ่งที่จัดขึ้นแทบจะทุกสัปดาห์ในเมืองกรุง ล้วนเป็นสิ่งสะท้อนค่านิยมในการออกกำลังกายประเภทนี้ได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้สาเหตุที่ทำให้การวิ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในกลุ่มคนรุ่นใหม่นั้น สืบเนื่องมาจากเป็นกิจกรรมที่สามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นกลางแจ้ง (วิ่งออกกำลังกายตามสวนสาธารณะ) หรือในร่ม (วิ่งบนลู่วิ่งของเครื่องออกกำลังกาย) อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่สามารถทำได้คนเดียวโดยไม่ต้องอาศัยบุคคลอื่นหรืออุปกรณ์ต่างๆ ให้วุ่นวาย (เตรียมรองเท้าวิ่งคู่ใจไว้สักคู่ก็เพียงพอ) ซึ่งนอกเหนือจากประโยชน์ทางด้านสุขภาพและรูปร่างที่ได้จากการวิ่งแล้ว วันนี้เราก็ได้นำ 7 ประโยชน์ของการวิ่ง ช่วยป้องกันโรคได้ มาฝากกันด้วย 1.การวิ่งช่วยบรรเทาความเครียด นอกจากสุขภาพทางกายแล้ว การวิ่งในแต่ละครั้งจะทำให้เราได้ฝึกสมาธิและผ่อนคลายไปกับบรรยากาศรอบๆ ตัวขณะวิ่ง โดยเมื่อถึงจุดๆ หนึ่งร่างกายก็จะหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุขที่มีชื่อว่า “Endorphin” (เอ็นดอร์ฟิน) ออกมา ซึ่งสารตัวนี้เองที่จะช่วยบรรเทาความเครียด ฟื้นฟูจิตใจ และผ่อนคลายความกังวลให้ลดลง 2.การวิ่งช่วยกระตุ้นให้โลหิตไหลเวียนดีขึ้น สำหรับคนที่ระบบหมุนเวียนโลหิตในร่างกายเสื่อมนั้น การวิ่ง คืออีกหนึ่งวิธีที่สามารถกระตุ้นการทำงานของระบบหมุนเวียนโลหิตภายในร่างกายให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสองอวัยวะสำคัญที่เกี่ยวข้องกับระบบหมุนเวียนโลหิตภายในร่างกายโดยตรงอย่าง “ปอด” และหัวใจที่จะถูกกระตุ้นให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพถ้าหากเรามีการออกกำลังกายที่เป็นประจำ 3.การวิ่งช่วยลดความเสี่ยงของภาวะกระดูกพรุน ยิ่งอายุมากขึ้นมวลกระดูกของเราก็ยิ่งเสื่อมถอยลงไปตามกาลเวลา ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันภาวะกระดูกพรุน การออกกำลังกายโดยการวิ่งเป็นประจำอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้มวลกระดูกโดยรวมของร่างกายแข็งแรงและเสื่อมถอยช้าลง 4.การวิ่งช่วยบรรเทาอาการปวด นอกจากช่วยบรรเทาความเครียดสะสมแล้ว ฮอร์โมนเอ็นดอร์ฟินยังทำหน้าที่คลายความเจ็บปวดคล้ายกับ “Morphine” (มอร์ฟีน) ได้อีกเช่นเดียวกัน ดังนั้นเมื่อสึกเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวเมื่อไหร่ อาจลองลุกขึ้นมาวิ่งขยับแข้งขยับขาเพื่อลดอาการปวดเมื่อเหล่านี้ให้ทุเลาลงได้ 5.การวิ่งทำให้ได้พบเจอมิตรภาพใหม่ๆ การออกไปวิ่งตามสวนสาธารณะหรือตามงานวิ่งต่างๆ ที่จัดขึ้นอยู่เป็นประจำ นอกจากจะได้ประโยชน์ทางด้านสุขภาพและฝึกวินัยการออกกำลังกายให้กับตนเองแล้ว…

เสื่อโยคะมีประโยชน์อะไรบ้าง

By Holly Mitchell

การเล่นโยคะนั้นถ้าพื้นไม่เรียบ พื้นไม่สะอาดก็อาจจะนำมาซึ่งโรค และบาดแผลได้ การใช้เสื่อโยคะ จึงถือว่าเป็นตัวช่วยที่ดีเลยทีเดียว เพราะในปัจจุบันนี้การเล่นโยคะนั้นก็เป็นอีกหนึ่งการออกกำลังกายที่ได้รับความนิยมมากอย่างต่อเนื่อง เพราะนอกจากจะได้สุขภาพที่แข็งแรงแล้วการเล่นโยคะนั้นยังเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สามารถเล่นได้หลากหลายวัย วันนี้เราจึงมาบอกกันว่า เสื่อโยคะมีประโยชน์อะไรบ้าง เผื่อว่าจะเป็นตัวช่วยตัดสินใจ ว่าอยากจะมีเสื่อโยคะเก็บไว้ที่บ้านสักผืนหรือไม่  เสื่อโยคะ ( Yoga ) ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 700 ถึง 900 บาท ซึ่งราคาอาจจะไม่ได้ถูกที่สุดในกลุ่ม เสื่อโยคะ แต่เมื่อเทียบกับประสิทธิภาพที่จะได้ นั่นคือการยืนเกาะตัวผู้เล่นและการซับพอร์ตแรงกดแรงกระแทก ป้องกันไม่ให้ได้รับบาดเจ็บหรือปวดตามส่วนต่างๆของร่างกาย ก็ถือว่าค่อนข้างคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป ไม่มีกลิ่นเหม็นอับ เสื่อจะมีรูพูนในตัวเสื่อที่ค่อนข้างเล็ก ทำให้เหงื่อไม่สามารถซึมเข้าไปในตัวเสื่อ หรือเกิดการหมักหมมของเสื่อได้ จึงไม่ทำให้เสื่อชนิดนี้เกิดกินเหม็นอาบมารบกวนผู้ใช้งาน ในระหว่างที่เล่นโยคะอยู่นั่นเอง หลายท่านอาจจะมองว่ากลิ่นเหม็นอับของตัวเสื่อนั้นเป็นเรื่องที่เล็น้อย แต่หากเจอกับตัวแล้วละก็ มันเป็นสิ่งที่รบกวนสมาธิของผู้เล่นค่อนข้างมากทีเดียวเลย น้ำหนักเบา เสื่อที่มีความหนา6 มิล จะมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 700 ถึง 900 กรัม เป็นน้ำหนักที่ไม่หนักจนเกินไป สามารถพกติดตัวไปเล่นตามโยคะสตูดิโอ หรือออกกำลังกายนอกสถานที่ได้อย่างคล่องตัว จึงเป็นจุดเด่นอีกข้อหนึ่งของเสื่อ ทำความสะอาดง่าย การทำความสะอาดเสื่อเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลยเป็นอย่างยิ่ง เพราะในระหว่างที่เล่นโยคะ เสื่อจะมีการสัมผัสกับตัวผู้เรียนอยู่เสมอดังนั้นการทำความสะอาด เสื่อโยคะ อยู่สม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งที่ควรทำเป็นอย่างยิ่งและไม่ควรละเลย บิดหมาดแล้วเช็ดให้ทั่วตัวเสื่อ จากนั้นนำไปตากลมให้แห้งก่อนม้วนเก็บเข้าที่…

10 ประโยชน์จากหัวหอม ที่คุณอาจยังไม่รู้

By Holly Mitchell

สำหรับ หัวหอม นั้นเป็นผักที่หลายๆ บ้านมักมีติดไว้ในครัวเสมอๆ เพราะหอมหัวใหญ่นั้นใช้ใส่อาหารได้หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นผัด หรือแกง แม้กระทั่งการนำมาทำเป็นซุป การทานหอมหัวใหญ่เป็นประจำช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้ เพราะหอมหัวใหญ่มีสารฟลาโวนอยด์ ที่มีฤทธิ์ช่วยยับยั้งไขมันไม่ให้เกาะหรืออุดตันผนังหลอดเลือดภายในร่างกายได้ดี นอกจากนี้หอมใหญ่และหอมแดงยังมีประโยชน์อีกหลายอย่างมากกว่าที่คิด   วันนี้เราจึงมี 10 ประโยชน์จากหัวหอม ที่คุณอาจยังไม่รู้ มาฝากกัน เพื่อว่าบางคนที่ไม่ชอบหัวหอม จะลองหันมาลองกินดู เพราะสรรคุณดีๆ ของหัวหอมก็มีมากเลยทีเดียว 1.ช่วยดับกลิ่นคาวของอาหาร เวลาทำเมนูปลานึ่ง ปลาเผา คุณแม่มักบุหัวหอมให้แตกแล้วยัดใส่ลงไปในตัวปลาด้วยเพื่อดับกลิ่นคาวปลา หรือเวลาต้มส้มแกงไก่ก็จะใส่หอมแดงหัวเล็กๆ ลงไปด้วย ช่วยลดกลิ่นคาวจากเนื้อไก่ ทำให้แกงมีกลิ่นหอมน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น 2.นอนไม่หลับ ใครที่มีปัญหานอนไม่หลับ ลองใช้กลิ่นจากหัวหอมแดงมาเป็นอโรมาจะช่วยให้หลับได้ง่ายขึ้นเพียงแค่หั่นหอมแดงเป็นแผ่นบางๆ แล้วห่อด้วยผ้าบางๆ วางไว้ข้างหมอนหรือบนหัวเตียง กลิ่นอ่อนๆ ที่ระเหยออกมาจะช่วยให้ผ่อนคลายและหลับได้ดีขึ้น 3.ช่วยรักษาแผล คนสมัยก่อนเวลาที่ลูกหลานวิ่งเล่นหกล้ม เกิดแผลฟกช้ำ มักจะนำเอาหอมแดงมาหั่นเป็นแว่นๆ แล้วผสมกับน้ำมันมะพร้าวและเกลือ จากนั้นนำมาต้มให้เดือดและนำมาพอกบริเวณแผล แนะนำว่าก่อนพอกหัวหอมบนแผล ต้องล้างแผลให้สะอาดก่อน เพื่อป้องกันการอักเสบของแผล 4.แก้สิว สำหรับคนที่เป็นสิว จุดด่างดำบนใบหน้า ลองตัวช่วยที่หาได้จากในครัวอย่างหอมแดงดูค่ะ แค่หั่นหอมแดงเป็นแผ่นบางๆ ล้างหน้าให้สะอาดแล้วนำหอมแดงมาทาบริเวณใบหน้าที่มีปัญหา ทำเป็นประจำสิว จุดด่างดำจะค่อยๆ ดีขึ้น 5.ช่วยบำรุงสมอง…

9 คุณประโยชน์จากทับทิม

By Holly Mitchell

สำหรับ ทับทิม นั้นผลไม้สีแดงสดที่เรารู้จักกันดี แม้จะมีถิ่นกำเนิดมาจากดินแดนที่หนาวเย็น แต่ทุกวันนี้ทับทิมก็หากินได้ไม่ยากในบ้านเรา แต่ทับทิมที่มาจากพื้นที่หนาวเย็นจะมีสีแดงสดใสที่ดูน่ากินกว่า นอกจากสีสันอันสวยงามและรูปลักษณ์แปลกตา ทับทิมยังเป็นผลไม้มากประโยชน์ อุดมไปด้วยไฟเบอร์ วิตามิน และแร่ธาตุหลากหลายชนิด แถมยังแคลอรี่ต่ำอีกต่างหาก มากินทับทิมแล้วรับประโยชน์หลากหลายพวกนี้กัน วันนี้เราจึงนำ 9 คุณประโยชน์จากทับทิม มาบอกทุกคนกัน เผื่อว่าทับทิมนั้นอาจจะกลายเป็นผลไม้โปรดของใครหลายๆคนมากขึ้น   ประโยชน์ของทับทิม 1. ทับทิมอาจช่วยทำให้ความจำดีขึ้น มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่พบว่า ทับทิมสามารถทำให้ความจำดีขึ้น เนื่องจากมีงานวิจัยที่พบว่า ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดและได้รับสารสกัดทับทิม 2 กรัม ช่วยป้องกันการสูญเสียความจำหลังจากผ่าตัดได้ นอกจากนี้ยังมีการศึกษาในหนูทดลองที่พบว่า ทับทิมอาจช่วยต่อสู้กับโรคอัลไซเมอร์ 2. ทัมทิมมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ การอักเสบเรื้อรังเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคร้ายแรง ได้แก่ โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคอัลไซเมอร์ และโรคอ้วน คุณสมบัติต้านอาการอักเสบของทับทิม มาจากสารต้านอนุมูลอิสระในทับทิมที่มีชื่อว่า พูนิคาลาจิน (punicalagins) ซึ่งจากการศึกษาในหลอดทดลองแสดงให้เห็นว่า สารพูนิคาลาจินสามารถลดการอักเสบในทางเดินอาหารได้ นอกจากนี้ยังมีการศึกษาวิจัยที่ใช้เวลา 12 สัปดาห์ โดยให้กลุ่มผู้ทดลองที่เป็นโรคเบาหวานดื่มน้ำทับทิมปริมาณ 1.1 ถ้วย (250 มิลลิลิตร)…