รีวิวหนัง After the Storm – รักได้มั้ย พ่อคนนี้

เรื่องย่อหนัง

หนัง After the Storm หรือชื่อไทยว่า รักได้มั้ย? บิดาคนนี ไต้ฝุ่นทำให้สมาชิกครอบครัวที่แตกสลาย กลับมารวมตัวกันอีกที After the Storm ภาพยนตร์ดราม่าเรื่องใหม่ของผู้กำกับ ฮิโรคาสุ วัวเรเอดะ ที่ได้รับการคาดหมายว่าจะได้เข้าสายแข่งขันเทศกาลหนังเมืองคานส์เหมือนกันกับ Nobody Knows, Like Father, Like Son รวมทั้ง Our Little Sister โดยเรื่องราวกล่าวถึงคนเขียนย่ำแย่ที่หย่ากับเมีย จนกระทั่งจะต้องไปรับจ้างเป็นนักสืบเอกชน เพื่อหารายได้มาอุปการะให้ลูกชายความสำราญสิ่งเดียวของเขาเป็น การได้พบลูกเดือนละครั้ง After the Storm ได้รับการคาดหมายว่านี่เป็นหนังอบอุ่นจับหัวใจเยอะที่สุดของ ผู้กำกับการ ฝีมือเยี่ยมคนนี้

วิภาควิจารณ์ หนัง

Review / #เผยเรื่องราวเล็กน้อย 

After The Storm / 海よりもまだ深く

คะแนนความชื่นชอบ 9 / 10

หนังกล่าวถึงเรื่องราวของ เรียวตะ ( Hiroshi Abe ) อดีตกาลนักประพันธ์ชายหนุ่มใหญ่ที่ล้มเหลวสำหรับในการดำเนินชีวิตอีกทั้งเรื่องงาน รวมทั้งเรื่องครอบครัว เรียวตะได้ปฏิบัติงานประจำเป็นนักสืบเอกชนเพื่อหารายได้มาใช้จ่ายส่วนตัวรวมทั้งจำต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูลูกชาย คุ้นชินยก ( Taiyô Yoshizawa ) ทุกเดือนให้กับ เคียวโกะ ( Yôko Maki ) อดีตกาลเมียที่พึ่งเลิกร้างกันไป ซึ่งวันที่ชำระเงิน เรียวตะจะได้โอกาสได้อยู่กับลูกชาย เรียวตะได้พาลูกชายไปพบแม่ของเขา ( Kirin Kiki ) ซึ่งมีศักดาเป็นคุณย่าของ เคยชินยก ระหว่างที่อยู่บ้านคุณย่า เคียวโกะได้มาตาม คุ้นชินยกให้กลับไปอยู่บ้าน ประจวบกันกับในเวลานั้น กำเนิดลมพายุใหญ่เข้าทำให้ คุ้นชินยก และก็ เคียวโกะจำเป็นต้องพักแรม 1 คืน ทำให้เรียวตะมีความคิดที่จะรื้อฟื้นความเชื่อมโยงระหว่างเขา และก็ เคียวโกะ รวมทั้งแม่ของเขาเอง ในช่วงทั้งยัง 4 ผู้ที่อยู่ร่วมกัน

ซึ่งมองดูจากรายละเอียดเรื่องราวของ After The Storm ยังนับว่าเป็น สิกข์เนพบร์ของผู้กำกับ Hirokazu Kore-eda ซึ่งนิยมทำหนัวแนวชีวิตครอบครัวให้มากมายระแทกต่อมน้ำตาผู้ชมอยู่ตลอด แม้กระนั้นหัวข้อนี้มิได้ขยี้ให้พวกเราสลดมากมายแบบงั้น การเดินเรื่อง ที่แสนเรียบง่าย การเล่าเรื่องที่ประณีตแบบค่อยๆเป็น ค่อยๆไป ไม่บีบบังคับ หรือ บังคับแนะนำให้ผู้ชมวินิจฉัย ให้พวกเราได้ซับชีวิตชายคนๆหนึ่งที่ล้มเหลวสำหรับเพื่อการดำรงชีวิต แล้วก็ใช้วิจารณญาณสำหรับการวินิจฉัย

..

ตัวหนังเดินเรื่องช้าๆมองได้เรื่อยไม่มีเบื่อ เก็บ Detail เนื้อหาเจริญ บทสำหรับพูดไดะลอก แต่ละประโยคล้วนแอบแฝงด้วยอารมณ์ขันรวมทั้งจับใจซาบซึ้งใจ ที่พอเพียงทำให้กระทบใจของผู้ชมจนถึงก่อให้เกิดน้ำตาคลอหน่วย ถึงอย่างไรก็แล้วแต่จำเป็นต้องชูความดีความชอบให้กับผู้แสดงอีกทั้ง 4 ผู้ที่เล่นได้เป็นธรรมชาติ เปรียบว่าพวกเราได้มองสารคดีชีวิตของครอบครัวหนึ่ง Hiroshi Abe แสดงก้าวหน้าถ่ายทอดดัวตนของ เรียวตะ ออกมาได้กระทั่งพวกเรามั่นใจว่า เขาเป็นบุคคลที่ล้มเหลวสำหรับในการดำรงชีวิตแล้วก็การเป็นผู้นำครอบครัว

ส่วนตัวถูกใจการแสดงของ Kirin Kiki ที่ถ่ายทอดการแสดงออกมาได้อบอุ่น มีความเที่ยงธรรมชาติ จนถึงพวกเราน่าไว้วางใจจริงๆว่าเขาเป็นแม่ที่ละเลยผ่านความไม่ประสบผลสำเร็จของลูกชาย แม่ก็คือแม่ขอเพียงแค่ทำทุกสิ่งทุกอย่างให้ลูกแฮปปี้อีกที จนถึงทำให้ เรียวตะ รู้สึกสำนึกผิดต่อพฤติกรรมของตนในสมัยก่อนก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ส่วน Taiyô Yoshizawa แสดงเป็น เคยชินยก ได้อย่างไร้เดียงสา การแสดงดูเหมือนกับว่าไม่มีอะไรมากมาย แม้กระนั้นคำบอกเล่าแต่ละคำที่กล่าวออกมา ล้วนไปกระตุ้นต่อมอะไรบางอย่างทำให้แม่กับบิดาของเขา จำต้องหยุดคิด ซึ่งพวกเราจะมองเห็นได้หลายครั้งที่ Hirokazu Kore-eda เลือกที่จะใช้ความแจ่มใสไม่รู้เดียงสาของเด็กมาเป็นตัวจุดหัวข้อสำคัญๆในเรื่อง ซึ่งแน่ๆหัวข้อนี้ คุ้นชินยก เปรียบตัวเชื่อมกึ่งกลางระหว่างบิดาและก็แม่ของเขา

ผมถูกใจที่ผู้กำกับเลือกเหตุการณ์ลมพายุ มาเป็นเครื่องหมายการพัฒนาของความเกี่ยวข้องในครอบครัว ซึ่งแน่ๆจุดพีคของหนังอยู่ที่ตอนกลางคืนที่ อีกทั้ง 4 คนอยู่ร่วมกัน สิ่งที่ทุกคนปิดบังเอาไว้ในจิตใจ เผยออกมาให้อีกฝ่ายตั้งรับทราบในเหตุการณ์ที่บังคับให้ทุกคนอยู่ร่วมกัน การกลั่นกรองความรู้สึกอีกข้างรวมทั้งการตัดสินใจเปรียบเทียบเสมอลมพายุที่กำลังโหมกระหน่ำ ซึ่งแน่ๆ ลมพายุมันจะต้องมีวันสงบแต่ว่าต่อจากนั้นละ พวกเราไม่สามารถที่จะพูดได้ว่ากำเนิดอะไรขึ้นภายหลังที่สงบ พวกเราจะมองเห็นได้ว่า ผู้กำกับเลือกจบแบบปลายเปิดให้พวกเราได้กลับไปคิดต่อ บางครั้งบางคราวอีกทั้ง 4 คน อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีความคาดหวังบ้างแม้กระนั้นบางทีอาจจะริบรี่ เสมือนการเล่น สลากกินแบ่ง ถึงจะความคาดหมายที่น้อยนิด แต่ว่าก็คุ้มและก็กล้าที่จะเสี่ยง เนื่องจากจุดหมายปลายทางเป็นความสบายที่ทุกคนฝันถึงสำหรับในการกลับมาอยู่ร่วมกัน

โดยรวมนับว่าหนังทำออกมาได้ดิบได้ดีตามแบบฉบัับ ของ Hirokazu Kore-eda บางทีก็อาจจะมิได้ขยี้อารมณ์เอาจริงเอาจังเสมือนเรื่องก่อนๆแต่ว่าหัวข้อนี้บางทีอาจจะสะกิดใจใครสักคนที่มีชีวิตที่คล้ายกับเรื่องราวในหนัง (ซึ่งผมสารภาพว่าเป็น 1 ใน นั้น) มองจบแล้วรู้สึกอิ่มเอมหัวใจ แล้วกลับมาคิดทบทวนว่าพวกเราทำอะไรดีๆให้กับคนที่อาศัยอยู่ภายในครอบครัวบ้างหรือยัง ในยามที่ตนเองได้โอกาส

….

ผมเสียน้ำตาให้กับการแสดงของ Kirin Kiki ดูแล้วนึกถึงคุณยายที่เสียไป คุณแสดงก้าวหน้าจริงๆ

..

Jurassic Boy / FB : ผีโรงภาพยนต์

กดไลค์เพจแวะเข้ามาคุยได้นะครับ : https://www.facebook.com/pheerongnang/